สุนัขมีอุ้งเท้าที่หนาและแข็งแรงมาก
โดยเป็นเนื้อเยื่อคล้ายผิวหนังที่ด้านหนา ซึ่งอาจมีความหนาได้เกือบสองเซนติเมตร ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกเลยว่าเหตุไฉนเราจึงเห็นสุนัขเดินเหินอย่างสบายใจบนพื้นผิวที่มนุษย์อย่างเราต้องเดินอย่างกระย่องกระแย่ง
แต่ส่วนประกอบอื่นๆ
ของเท้าสุนัขนี่สิที่มีความอ่อนไหวต่อความรู้สึกมาก มากเสียจนสุนัขไม่อยากให้ใครมาสัมผัส
ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ไหนต่างต้องกระตุกเท้าหนีเมื่อเราไปแตะเท้าโดยเฉพาะบริเวณส่วนบนหรือระหว่างนิ้วเท้า
จะว่าไปแล้ว
ประเด็นนี้คงไม่เป็นปมปัญหาอะไรหรอก หากสุนัขไม่จําเป็นต้องถูกตัดเล็บเป็นระยะๆ หรือ
ต้องถูกตรวจเท้า หากรวด หาเสี้ยน สุนัขบางตัวอาจยอมให้จับเท้าได้แต่โดยดี แต่หลายตัวจะดิ้นสู้จนสุดชีวิต
อย่ามายุ่งกับเท้าผม
ที่เป็นเช่นนี้
เนื่องจากส่วนบนของเท้าสุนัขเต็มไปด้วยปลายประสาทซึ่งอ่อนไหวมากต่อแรงกดที่อาจทําให้บาดเจ็บ
จึงไม่แปลกที่สุนัขจะหดเท้าหนีเมื่อคุณสัมผัสส่วนบนของเท้า ยิ่งการสัมผัสบริเวณซอกนิ้วด้วยแล้ว
ถือเป็นสิ่งต้องห้ามสําหรับสุนัขเลยทีเดียว ขณะที่การสัมผัสบริเวณใต้ฝ่าเท้า
สุนัขมักจะไม่แสดงปฏิกิริยาต่อต้านออกมาอย่างฉับพลัน
เท้าของสุนัขมีความสําคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจําวันเพราะสุนัขใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวเอง
ใช้ล่าสัตว์ ใช้เคลื่อนไหว และใช้ในการสื่อสาร
จําฝังใจ
เล็บเท้าของสุนัขมีความหนาและแข็งแรงมาก
การตัดเล็บจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งหากพลาดตัดไปถูกเนื้อละก็ สุนัขจะเจ็บและปวดมาก
ตามปกติแล้วสุนัขจะจดจําแม่นมากกับสิ่งที่ทําให้บาดเจ็บ ฉะนั้น คราวต่อไปเมื่อสุนัขเห็นกรรไกรตัดเล็บก็จะรีบหดเท้าหนีทันที
บางครั้งสุนัขอาจบาดเจ็บที่เท้าและต้องได้รับการทําแผลหรือการปฐมพยาบาล
ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แสนเจ็บปวด
แล้วสุนัขก็จะจดจําฝังใจว่าการสัมผัสเท้าคือประสบการณ์ที่เลวร้ายและสุนัขจะหลบเลี่ยงสุดชีวิต
หนทางแก้ปัญหา
เบี่ยงเบนความสนใจของสุนัขเพื่อหยุดความกลัว
หลายคนสงสัยว่าสุนัขที่หวาดกลัวการถูกสัมผัสเท้าอย่างรุนแรงตอนอยู่บ้าน
แต่กลับยอมให้ช่างแต่งขน ตัดเล็บ หรือสัตวแพทย์จับเท้า ทําโน่นทํานี่แต่โดยดี
เปล่า!
ไม่ใช่เพราะพวกเขามีเวทมนตร์อะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าพวกเขาจับสุนัขขึ้นไปอยู่บนโต๊ะซึ่งมักทําจากสแตนเลส
ด้วยความสูงผนวกกับพื้นผิวที่ลื่นและเย็นจึงทําให้สุนัขต้องคิดเรื่องความมั่นคงในการยืนบนโต๊ะมากกว่าจะคิดถึงเรื่องที่จะเกิดกับเท้าของตัวเองต่างหาก
คราวหน้าตอนอยู่บ้าน
หากไม่มีโต๊ะสแตนเลสแบบที่ใช้ในคลินิกสัตวแพทย์ คุณอาจใช้เครื่องซักผ้ามาเป็นอุปกรณ์ช่วยในการตัดเล็บสุนัขก็ได้
ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน แต่พึงระวังสุนัขตกจากที่สูงไว้ด้วย
หาเพื่อนมาช่วย
อีกเหตุผลหนึ่งที่สุนัขให้ความร่วมมืออย่างดีตอนอยู่คลินิกคือสุนัขไม่มั่นใจในสถานการณ์โดยรวม
สุนัขเป็นสัตว์ที่ยึดมั่นในการปฏิบัติตัวที่เป็นกิจวัตรและการจัดลําดับชั้นอย่างยิ่งยวด
แต่เมื่อออกนอกบ้าน สิ่งที่สุนัขยึดมั่นทั้งสองอย่างนี้จะถูกสั่นคลอน เมื่อสุนัขเกิดความไม่มั่นใจ
การป้องกันตัวก็ลดน้อยลง การตัดเล็บหรือการตรวจเท้าจึงทําได้ง่ายขึ้น
ฉะนั้นคงเป็นเรื่องง่ายขึ้นหากคุณพาสุนัขไปตัดเล็บนอกบ้านหรือขอให้เพื่อนเป็นผู้ตัดให้
ฝึกบ่อยๆ
ตั้งแต่ยังเล็ก
สุนัขจะปกป้องเท้าตัวเองตามธรรมชาติ แต่สามารถเรียนรู้ที่จะยอมรับการตัดเล็บและการตรวจเท้าได้เมื่อเจ้าของเริ่มตรวจเท้าสุนัขเป็นประจําตั้งแต่ยังเล็ก
สัตวแพทย์แนะนําให้สัมผัส คลึงและจับเท้าสุนัขไว้สักชั่วอึดใจทุกวัน แล้วกดซอกนิ้วเบาๆ
รวมทั้งบีบอุ้งเท้าด้วย ไม่นานสุนัขจะเคยชินกับการถูกสัมผัสเท้าและเห็นว่าไม่ใช่เป็นสิ่งที่สร้างความเจ็บปวด
ทําให้ชิน
สุนัขจะเครียดมากเมื่อรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิต
วัตถุที่คนมองข้ามอย่างกรรไกรตัดเล็บ จึงกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ากลัวได้
ทางแก้อย่างเร่งด่วนคือนํากรรไกรตัดเล็บไปวางไว้ในบริเวณที่สุนัขมองเห็นได้
เช่น บนโต๊ะเตี้ยๆ หรือบนชั้นวางหนังสือ
อย่าแค่วางไว้ตอนที่คุณกําลังจะใช้เท่านั้น แต่ต้องวางไว้ตลอดเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้สุนัขได้ดม มองดู และทําความคุ้นเคยกับมัน แม้สุนัขจะยังไม่เลิกอึดอัดใจเมื่อถูกตัดเล็บ แต่อย่างน้อยก็จะเครียดน้อยลงเมื่อเห็นกรรไกรอยู่ในมือคุณ
อย่าแค่วางไว้ตอนที่คุณกําลังจะใช้เท่านั้น แต่ต้องวางไว้ตลอดเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้สุนัขได้ดม มองดู และทําความคุ้นเคยกับมัน แม้สุนัขจะยังไม่เลิกอึดอัดใจเมื่อถูกตัดเล็บ แต่อย่างน้อยก็จะเครียดน้อยลงเมื่อเห็นกรรไกรอยู่ในมือคุณ
ตัดเล็บทีละเท้าสัปดาห์ละครั้ง
การตัดเล็บครบสี่เท้าในคราวเดียวกันมีโอกาสสูงที่จะเป็นประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเพื่อเป็นการลดความกลัวและความเครียด
สัตวแพทย์แนะนําให้ตัดเล็บเพียงหนึ่งนิ้วต่อวันเมื่อถึงสุดสัปดาห์คุณก็จะตัดเล็บครบหนึ่งเท้า
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
No comments:
Post a Comment