Sunday, August 12, 2012
การเลี้ยงดูลูกสุนัขในฤดูหนาว
ปลายฝนต้นหนาว ช่วงการเปลี่ยนฤดูใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นที่มีโอกาสเป็นไข้หวัด ในช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวนี้เองมักจะพบได้ว่าสุนัขแสนรักก็มีอาการเจ็บป่วย ด้วยโรคหลาย ๆ โรค โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส สุนัขมักจะเป็นโรคติดต่อซึ่งไม่มียาตัวใดที่จะฆ่าเชื้อไวรัสนี้ได้ การที่จะทำให้สุนัขหายป่วยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับระดับอุณหภูมิคุ้มกันของตัวสัตว์เอง การรักษาจึงเป็นเพียงการประคับประคอง โดยการให้น้ำเกลือ และป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เป็นต้น
โรคชนิดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้กับลูกสุนัขในช่วงฤดูหนาว
ไวรัส canine herpevirus ลูกสัตว์แรกเกิดร่างกายมีอุณหภูมิต่ำ จะมีความไวต่อการติดเชื้อไวรัสนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการตายในลูกสัตว์แรกเกิดที่อายุระหว่าง 9-14 วัน ลูกสุนัขสามารถติดต่อจากแม่สัตว์ผ่านทางน้ำลาย น้ำจากช่องคลอด จะมีอาการกระวนกระวาย ร้องตลอดเวลา ปวดท้อง หายใจถี่ อาจชักหรือเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง การรักษาทำได้เพียงแบบประคับประคอง ได้แก่ การให้สารน้ำทดแทน และการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เพราะไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ ดังนั้นควรรักษาสุขภาพแม่สุนัขให้แข็งแรง ให้ลูกสุนัขอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นประมาณ 37 องสาเซลเซียส
โรคไข้หัดสุนัข canine distemper เกิดจาดการติดเชื้อไวรัส สามารถติดต่อได้หลายทางไม่ว่าจะเป็น ทางอุจจาระ น้ำลาย ปัสสาวะ น้ำมูก น้ำตา และที่สำคัญคือการติดต่อผ่านทางอากาศและการหายใจอาการในรายที่รุนแรงจะพบว่า สัตว์มีน้ำมูกน้ำตา ไอ หายใจลำบาก ท้องเสีย อาเจียน ปอดปวม บริเวณจมูกและฝ่าเท้าจะหนาตัวขึ้น และอาการทางประสาท เช่น ชัก อัมพาต การรักษาทำได้เพียงแบบประคับประคอง เช่นเดียวกัน โรคไข้หัดสุนัขสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนและไม่สัมผัสกับสุนัขที่ติด เชื้อ เนื่องจากสภาพอากาศเย็นนั้นความชุ่มชื้นของทางเดินหายใจส่วนต้นจะน้อยทำให้ กระบวนการป้องกันโรคของร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ จะติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
โรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ เกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งไวรัส แบคทีเรีย หรือรวมกันทั้งสองอย่าง สามารถติดต่อทางการหายใจหรือสิ่งคัดหลั่ง พบได้บ่อยโดยเฉพาะแหล่งขายสุนัขที่เลี้ยงแออัด การระบายและสภาพแวดล้อมไม่ดี ร้อน หนาว หรือลมโกรกมากเกินไป มักแสดงอาการแบบเรื้อรัง มีไข้ไม่สูงนัก กินอาหารได้แต่น้อย ไอมีเสมหะ อาจพบน้ำมูกข้นเล็กน้อย การรักษาจึงทำได้เพียงแบบประคับประคอง เช่นเดียวกันแต่ถ้าไม่รักษาอาจปอดปวม หายใจลำบาก และเสียชีวิตได้ ควรป้องกันโดยปรับสภาพแวดล้อม ออกกำลังกาย อยู่ในที่ที่อบอุ่น
ทั้งนี้ อาจจะใส่เสื้อสำหรับสุนัขเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย จากทั้งหมดที่กล่าวมาพบว่า เรามักจะพบอัตราเสียชีวิตสูงที่สุดในลูกสุนัข ส่วนในรายสุนัขที่โตแล้วนั้น พบว่าอัตราการเสียชีวิตจะน้อยลงเนื่องจากร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานได้ ดังนั้น การทำวัคซีนตามโปรแกรมในลูกสุนัขเป็นการป้องกันโรคที่ดีอย่างหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เจ้าของสุนัขควรตรวจเช็คประวัติวัคซีนประจำปี บำรุงรักษาสุขภาพร่างกายของสัตว์ให้แข็งแรง ได้รับโภชนาการที่เหมาะสม มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และงดการนำสุนัขไปพบปะกับสุนัขที่มีประวัติวัคซีนที่ไม่แน่นอน และพยายามให้ร่างกายสุนัขอบอุ่นอยู่เสมอ เท่านี้ก็สามารถช่วยลดอัตราการเกิดโรคไวรัสในช่วงหน้าหนาวนี้ได้แล้ว
แหล่งที่มา กระปุกดอทคอม / โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
Sunday, August 5, 2012
เลือกน้องหมาให้ลูกรักเลี้ยง
หาก
คุณพ่อคุณแม่กำลังจะหาสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะน้องหมาให้มาเป็นเพื่อนกับลูกรัก
มีหลากหลายสิ่งที่คุณต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของครอบครัว
อีกทั้งประเภทของสุนัขยังมีผลต่อความปลอดภัยของลูกๆด้วย
ประเมินสถานการณ์และความต้องการของครอบครัว เช่น มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหอบหืด หรือโรคภูมิแพ้หรือเปล่า ควรเลือกพันธุ์ที่ไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อการแพ้ เช่น ชเนาเซอร์ (schnauzers), พุดเดิ้ล, มอลทีส, บิชอง ฟรีซ (bichon frize) เป็นต้น
พิจารณาอายุ
ดูอายุของลูกๆและลักษณะนิสัยวิธีการปฎิบัติของพวกเขาต่อสุนัขว่าหยาบกระด้าง หรืออ่อนโยน เลือกสุนัขที่เหมาะกับอายุและขนาดตัวของลูก เพื่อให้ลูกปฏิบัติและเล่นกับสุนัขได้อย่างปกติ
พิจารณาพื้นที่
ประเมินขนาดของพื้นที่ที่บ้านสำหรับการวิ่งเล่นของน้องหมา ควรเลือกพันธุ์ที่มีขนาดพอเหมาะกับพื้นที่ที่บ้าน หากเลือกน้องหมาพันธุ์ใหญ่ ในขณะบ้านแคบนิดเดียว จะรู้สึกอึดอัดทั้งหมาทั้งคน
ลงพื้นที่เยี่ยมชม
ลองไปบ้านเพื่อนที่เลี้ยงสุนัข หรือไปที่สถานพักพิงสัตว์เพื่อพิจารณาดูความแตกต่างกันของสุนัข และเป็นการสังเกตดูนิสัย พฤติกรรม ความเป็นมิตรกับเด็กได้โดยตรง
อ่านคู่มือ
หาหนังสือคู่มือสัตว์เลี้ยงมาอ่านประกอบการพิจารณา หากคุณกำลังมองหาน้องหมาพันธุ์ผสม เพื่อเป็นการประเมินอารมณ์ของสุนัข และตรวจสอบว่าเหมาะสมกับวัยและบุคลิกของลูกๆหรือเปล่า
ปรึกษาสัตว์แพทย์
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าน้องหมาพันธุ์ไหนเหมาะกับครอบครัวของเรา ลองปรึกษาสัตว์แพทย์ดูบ้างก็ดีไม่น้อย คุณหมอจะให้ความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์หรือประเภทของ สุนัขได้เป็นอย่างดี
สังเกต
ศึกษาและสังเกตสุนัขพันธุ์ที่ตั้งใจแล้วว่าจะเลือกเข้ามาในบ้านให้ถี่ถ้วน ก่อนตัดสินใจอีกครั้ง ที่สำคัญดูว่าน้องหมาเป็นมิตร อ่อนโยนต่อเด็กแค่ไหน....
ทิปเล็กๆกับการเลือกน้องหมาให้ลูก
พิจารณาสภาพในครอบครัว
ประเมินสถานการณ์และความต้องการของครอบครัว เช่น มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหอบหืด หรือโรคภูมิแพ้หรือเปล่า ควรเลือกพันธุ์ที่ไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อการแพ้ เช่น ชเนาเซอร์ (schnauzers), พุดเดิ้ล, มอลทีส, บิชอง ฟรีซ (bichon frize) เป็นต้น
พิจารณาอายุ
ดูอายุของลูกๆและลักษณะนิสัยวิธีการปฎิบัติของพวกเขาต่อสุนัขว่าหยาบกระด้าง หรืออ่อนโยน เลือกสุนัขที่เหมาะกับอายุและขนาดตัวของลูก เพื่อให้ลูกปฏิบัติและเล่นกับสุนัขได้อย่างปกติ
พิจารณาพื้นที่
ประเมินขนาดของพื้นที่ที่บ้านสำหรับการวิ่งเล่นของน้องหมา ควรเลือกพันธุ์ที่มีขนาดพอเหมาะกับพื้นที่ที่บ้าน หากเลือกน้องหมาพันธุ์ใหญ่ ในขณะบ้านแคบนิดเดียว จะรู้สึกอึดอัดทั้งหมาทั้งคน
ถามไถ่และพูดคุย
พูดคุยถามไถ่กับเพื่อนและครอบครัวที่เลี้ยงน้องหมา เพื่อเช็คดูข้อมูลความแตกต่างของพฤติกรรมโดยทั่วไป และการปฎิสัมพันธ์ของน้องหมากับเด็ก ซึ่งสุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความเป็นมิตรกับเด็กแตกต่างกันไป
พูดคุยถามไถ่กับเพื่อนและครอบครัวที่เลี้ยงน้องหมา เพื่อเช็คดูข้อมูลความแตกต่างของพฤติกรรมโดยทั่วไป และการปฎิสัมพันธ์ของน้องหมากับเด็ก ซึ่งสุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความเป็นมิตรกับเด็กแตกต่างกันไป
ลงพื้นที่เยี่ยมชม
ลองไปบ้านเพื่อนที่เลี้ยงสุนัข หรือไปที่สถานพักพิงสัตว์เพื่อพิจารณาดูความแตกต่างกันของสุนัข และเป็นการสังเกตดูนิสัย พฤติกรรม ความเป็นมิตรกับเด็กได้โดยตรง
อ่านคู่มือ
หาหนังสือคู่มือสัตว์เลี้ยงมาอ่านประกอบการพิจารณา หากคุณกำลังมองหาน้องหมาพันธุ์ผสม เพื่อเป็นการประเมินอารมณ์ของสุนัข และตรวจสอบว่าเหมาะสมกับวัยและบุคลิกของลูกๆหรือเปล่า
ปรึกษาสัตว์แพทย์
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าน้องหมาพันธุ์ไหนเหมาะกับครอบครัวของเรา ลองปรึกษาสัตว์แพทย์ดูบ้างก็ดีไม่น้อย คุณหมอจะให้ความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์หรือประเภทของ สุนัขได้เป็นอย่างดี
สังเกต
ศึกษาและสังเกตสุนัขพันธุ์ที่ตั้งใจแล้วว่าจะเลือกเข้ามาในบ้านให้ถี่ถ้วน ก่อนตัดสินใจอีกครั้ง ที่สำคัญดูว่าน้องหมาเป็นมิตร อ่อนโยนต่อเด็กแค่ไหน....
การ เลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกชนิดไม่ใช่เรื่องเล็กๆอย่างที่คิด
เมื่อรับพวกเขาเข้ามาแล้ว คุณต้องดูแล ห่วงใย เอาใจใส่ และอย่าทอดทิ้ง
ที่สำคัญต้องมั่นใจว่าพวกมันจะเป็นมิตรแท้กับเด็กๆในบ้าน
ถักรัก ทอสายใย เชื่อมหัวใจในครอบครัวกับ http://family.truelife.com/
แหล่งที่มา truelife.com
Sunday, April 29, 2012
วิธีการสอนขับถ่ายให้กับลูกสุนัข
การสอนลูกสุนัขในการขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางด้วยตนเองได้
โดยการฝึกนิสัย ดังนี้
1) หลังจากการกินอาหาร
ดื่มน้ำ เล่น หรือตื่นนอน มักเป็นเวลาที่ลูกสุนัขถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ
ลูกสุนัขเล็กๆ อาจถ่ายทุก 2-3 ชั่วโมง
2) เมื่อ
ลูกสุนัขรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ มักจะดมกลิ่นบนพื้น บางตัวอาจดมพื้นแล้ววิ่งวนไปรอบๆ
ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะต้องรีบนำลูกสุนัขไปยังที่ที่จัดไว้ให้ลูกสุนัขถ่ายทันที
3) วาง ลูกสุนัขลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์
ซึ่งเป็นวัสดุที่ซึมซับได้ดี นอกจากนี้ ยังมีราคาถูกและหาได้ง่าย การเปลี่ยนกระดาษหนังสือพิมพ์ควรเหลือแผ่นเก่าไว้บ้าง
เพื่อให้ลูกสุนัขจำกลิ่นและถ่ายที่เดิมอีก
4) เมื่อ ลูกสุนัขขับถ่ายบนกระดาษแล้ว
เจ้าของควรแสดงความชื่นชมสุนัข ถ้าสุนัขไปถ่ายบริเวณอื่น ก็ไม่ต้องลงโทษ หรือจับสุนัขไปดมสิ่งขับถ่ายที่อยู่บนพื้น
นอกจากจากการฝึกอุปนิสัยการขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางแล้ว เราสามารถตรวจดูสุขภาพของสุนัขได้ เมื่อเก็บของเสียที่ถ่ายออกมา ดูว่ามีสีผิดปกติหรือไม่ ถ่ายเหลวไปหรือไม่ มีพยาธิหรือไม่ จากลักษณะที่บ่งบอกนี้จะช่วยให้เรารักษาอาการผิดปกติในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยให้สุนัขปลอดภัยจากโรคที่มีอาการร้ายแรงได้
นอกจากจากการฝึกอุปนิสัยการขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางแล้ว เราสามารถตรวจดูสุขภาพของสุนัขได้ เมื่อเก็บของเสียที่ถ่ายออกมา ดูว่ามีสีผิดปกติหรือไม่ ถ่ายเหลวไปหรือไม่ มีพยาธิหรือไม่ จากลักษณะที่บ่งบอกนี้จะช่วยให้เรารักษาอาการผิดปกติในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยให้สุนัขปลอดภัยจากโรคที่มีอาการร้ายแรงได้
แหล่งที่มา
กระปุกดอทคอม (Lisa)
Saturday, April 28, 2012
ก่อนจะเลี้ยงหมา...ต้องรู้อะไรบ้าง?
ตามตำราเขาว่า "ถ้าเริ่มต้นด้วยดี
จะสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง" ก็คงจะจริงถ้าต้องการเลี้ยงหมาให้ดี เนื่องจากผู้ที่จะเลี้ยงหมาให้ได้ดีจำเป็นต้องรู้เรื่องของหมาให้ดี
เหมือนการเริ่มต้นการเลี้ยงที่ต้องเรียนรู้เรื่องหมาให้ดี เหมือนการเริ่มต้นการเลี้ยงที่ต้องเรียนรู้เรื่องหมาทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
เนื่องจากการเลี้ยงหมาเป็นได้ทั้งวิชาการและศิลปะ มันมีชีวิตและจิตใจเหมือนกัน
การเริ่มเลี้ยงหมา ก่อนอื่นต้องรู้จักสายพันธุ์ของหมาซึ่งมีอยู่มากมาย ทั้งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้กับสมาคมฯ และไม่ได้ขึ้นทะเบียน เช่น หมาที่ใช้ในการกีฬา หมาที่ใช้ในการทำงานเป็นต้น เมื่อรู้แล้วก็ต้องถามตัวเองว่าชอบอะไร เท่านั้นก็คงไม่พอ เพราะการเลี้ยงหมาต้องมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหลายคนโดยเฉพาะคนในครอบครัว ถ้าเราชอบอยู่คนเดียวคงไม่ดีแน่เนื่องจากเราไม่ได้อยู่กับหมาตลอดเวลา
เมื่อ รู้แล้วว่าเราชอบอะไรก็ต้องหาวิธีศึกษาสายพันธุ์ ทำความรู้จักถึงประวัติ ที่มาที่ไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการเลี้ยงอย่างสูงสุด เนื่องจากหมาแต่ละสายพันธุ์ แต่ละตัวก็มีความแตกต่างกันไม่เหมือนกัน เราต้องศึกษาถึงถิ่นกำเนิด เนื่องจากหมาที่มาจากต่างถิ่นก็จะมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน เช่น หมาที่มาจากยุโรป หรือทางเอเชีย เพราะแต่ละทวีปย่อมมีความแตกต่างด้านอุณหภูมิภูมิคุ้มกันต่างๆ ของหมาก็ต่างกัน ดังนั้นความต้านทานต่อสิ่งรอบข้างของหมาย่อมต่างกัน การเลี้ยงดู การให้อาหาร การสร้างภูมิคุ้มกันก็ต้องต่างกัน
มาดูสิ่งที่เหมือนกัน คือ หมาทุกตัวจะมีสรีระที่เหมือนกันความต้องการพื้นฐานที่เหมือนกัน แม้อาจมีโรคภัยไข้เจ็บที่ต่างกันอยู่บ้าง เช่น หมาบางสายพันธุ์อาจมีความอ่อนไหวต่อโรคบางโรคมากกว่าหมาอีกสายพันธุ์หนึ่ง ขณะที่หมาอีกสายพันธุ์หนึ่งมีความต้านทานโรคหนึ่งได้ดีกว่า แต่อ่อนไหวต่ออีกโรคหนึ่ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวผู้เลี้ยงจะต้องมีประสบการณ์ในการเลี้ยงมาเป็นอย่างดี
เรื่อง การผสมพันธุ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่การเลี้ยงหมาจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ อาจเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดก็ได้ เพราะการผสมพันธุ์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ดังที่กล่าวไปแล้ว เนื่องจากผู้เลี้ยงหมาไม่อาจเป็นผู้ผสมพันธุ์หมาได้ทั้งหมด ก่อนอื่นถ้าเรามาพิจารณาเอกสารใบพันธุ์ประวัติ จะมีช่องที่ระบุว่าใครเป็นผู้ผสมพันธุ์ ถ้าไม่มีความสำคัญคงไม่มีที่ให้ระบุไว้ ดังนั้นผู้ผสมพันธุ์จึงมีความสำคัญอย่างมาก อย่างน้อยชื่อของผู้ผสมพันธุ์จะต้องอยู่ในเอกสารใบพันธุ์ประวัติของหนาไปจน เอกสารนั้นหมดอายุหรือถูกยกเลิกไป นั่นก็คือหนาตัวนั้นหมดอายุหรือตายไปนั่นเอง
การเริ่มเลี้ยงหมา ก่อนอื่นต้องรู้จักสายพันธุ์ของหมาซึ่งมีอยู่มากมาย ทั้งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้กับสมาคมฯ และไม่ได้ขึ้นทะเบียน เช่น หมาที่ใช้ในการกีฬา หมาที่ใช้ในการทำงานเป็นต้น เมื่อรู้แล้วก็ต้องถามตัวเองว่าชอบอะไร เท่านั้นก็คงไม่พอ เพราะการเลี้ยงหมาต้องมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหลายคนโดยเฉพาะคนในครอบครัว ถ้าเราชอบอยู่คนเดียวคงไม่ดีแน่เนื่องจากเราไม่ได้อยู่กับหมาตลอดเวลา
เมื่อ รู้แล้วว่าเราชอบอะไรก็ต้องหาวิธีศึกษาสายพันธุ์ ทำความรู้จักถึงประวัติ ที่มาที่ไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการเลี้ยงอย่างสูงสุด เนื่องจากหมาแต่ละสายพันธุ์ แต่ละตัวก็มีความแตกต่างกันไม่เหมือนกัน เราต้องศึกษาถึงถิ่นกำเนิด เนื่องจากหมาที่มาจากต่างถิ่นก็จะมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน เช่น หมาที่มาจากยุโรป หรือทางเอเชีย เพราะแต่ละทวีปย่อมมีความแตกต่างด้านอุณหภูมิภูมิคุ้มกันต่างๆ ของหมาก็ต่างกัน ดังนั้นความต้านทานต่อสิ่งรอบข้างของหมาย่อมต่างกัน การเลี้ยงดู การให้อาหาร การสร้างภูมิคุ้มกันก็ต้องต่างกัน
มาดูสิ่งที่เหมือนกัน คือ หมาทุกตัวจะมีสรีระที่เหมือนกันความต้องการพื้นฐานที่เหมือนกัน แม้อาจมีโรคภัยไข้เจ็บที่ต่างกันอยู่บ้าง เช่น หมาบางสายพันธุ์อาจมีความอ่อนไหวต่อโรคบางโรคมากกว่าหมาอีกสายพันธุ์หนึ่ง ขณะที่หมาอีกสายพันธุ์หนึ่งมีความต้านทานโรคหนึ่งได้ดีกว่า แต่อ่อนไหวต่ออีกโรคหนึ่ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวผู้เลี้ยงจะต้องมีประสบการณ์ในการเลี้ยงมาเป็นอย่างดี
เรื่อง การผสมพันธุ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่การเลี้ยงหมาจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ อาจเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดก็ได้ เพราะการผสมพันธุ์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ดังที่กล่าวไปแล้ว เนื่องจากผู้เลี้ยงหมาไม่อาจเป็นผู้ผสมพันธุ์หมาได้ทั้งหมด ก่อนอื่นถ้าเรามาพิจารณาเอกสารใบพันธุ์ประวัติ จะมีช่องที่ระบุว่าใครเป็นผู้ผสมพันธุ์ ถ้าไม่มีความสำคัญคงไม่มีที่ให้ระบุไว้ ดังนั้นผู้ผสมพันธุ์จึงมีความสำคัญอย่างมาก อย่างน้อยชื่อของผู้ผสมพันธุ์จะต้องอยู่ในเอกสารใบพันธุ์ประวัติของหนาไปจน เอกสารนั้นหมดอายุหรือถูกยกเลิกไป นั่นก็คือหนาตัวนั้นหมดอายุหรือตายไปนั่นเอง
เมื่อผู้ผสมพันธุ์มีความสำคัญดังกล่าวแล้ว จึงทำให้มีความรู้สึกว่า
ถ้าได้ทำความรู้จักกับผู้ผสมพันธุ์น่าจะได้ความรู้เพิ่มขึ้น ก็จริงอยู่ ถ้าผู้ผสมพันธุ์หมาท่านนั้นเป็นผู้ผสมพันธุ์ที่มีชื่อเสียงจริง
แต่ในทางตรงข้าม จากที่ได้พบมาหลายท่านไม่เป็นเช่นนั้น ดังนั้นจึงต้องดูให้ดีว่าท่านกำลังพูดคุยอยู่กับใคร
บางคนเพียงแต่นำชื่อไปใส่ไว้เท่านั้น การกระทำดังกล่าวถือเป็นการไม่ให้เกียรติวงการเป็นอย่างมาก
สิ่งที่ผู้ผสมพันธุ์จะต้องแสดงออกให้วงการรู้ ได้แก่ ความรู้เรื่องการผสมพันธุ์ตามที่ตนเองมีอยู่
อย่างน้อยก็ความรู้เรื่องหมาที่ตัวเองเลี้ยงหรือเคยเลี้ยง เพราะบางครั้งธรรมชาติของหมาแต่ละสายพันธุ์ก็ไม่เหมือนกันหรือต่างกันอยู่
แล้ว เช่น บางแก้ว พูเดิล เป็นต้น เรื่องดังกล่าวสำหรับผู้เลี้ยงบางแก้วและพูเดิลต่างก็ทราบดี
ดังนั้นท่านที่ต้องการจะเลี้ยงหมาสองสายพันธุ์นี้จำเป็นจำต้องศึกษาให้ดี ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรการเลี้ยงหมาของท่านจึงจะประสบผล
สำเร็จ
นอกจากจะต้องทราบความแตกต่างแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ได้แก่ การ ฝึกสอน เพราะการเลี้ยงหมา ถ้าจะว่าไปแล้ว ใครก็สามารถเลี้ยงได้ไม่แตกต่าง แต่การทำให้หมามีคุณค่านั้น เป็นอีกเรื่อง ซึ่งถ้าทำได้จะเกิดความแตกต่างและเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น การฝึกหมามีตำราให้เรียนรู้มากมาย ท่านที่สนใจก็สามารถนำมาศึกษาไดด้วยตนเอง เพราะไม่ได้ยากหรือเกินความสามารถที่จะทำได้ โดยมีเคล็ดลับในการฝึกสอนที่เหมือนกัน ได้แก่ ผู้ที่จะฝึกหมาจะต้องใจเย็นและไม่โมโหเท่านั้น ส่วนอื่นๆ ก็ให้ปฏิบัติตามที่ได้เรียนรู้มา
เคล็ดลับอีกอย่างที่ผู้จะทำการฝึกหมาจะต้องรู้ ได้แก่ ธรรมชาติของหมาเป็นสัตว์ที่ต้องการเรียนรู้อยู่แล้ว มีความจงรักภักดี และอยากอยู่ใกล้ชิดผู้เป็นเจ้าของ ดังนั้นผู้ที่จะทำการฝึกสอนหมาที่ฉลาดจะต้องนำคุณสมบัติดังกล่าวออกมาใช้ให้ เป็นประโยชน์หรือแม้แต่ต้องค้นหาคุณสมบัติดังกล่าว แล้วนำออกมาใช้ก็จะประสบผลสำเร็จได้ไม่ยาก การนำธรรมชาติของหมาออกมาใช้ก่อนอื่นจะต้องรู้ว่าหมาที่จะนำมาฝึกสอนนั้น เป็นหมาที่มีคุณสมบัติอย่างไร เช่น หมาอารักขา ก็จะต้องฝึกใช้งานด้านอารักขา หมาทางด้านการกีฬาก้องฝึกให้ใช้งานทางด้านกีฬา เป็นต้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปร่างลักษณะของหมาแต่ละตัว หรือแต่ละสายพันธุ์เป็นสำคัญ ถ้าดูแล้วเห็นว่าเป็นสายพันธุ์อะไรก็ต้องฝึกสอนให้ไปทางนั้น นี่ก็เป็นเคล็ดที่ไม่ลับ ทว่าบางคนก็ไม่นำมาใช้ เพราะมักทำตามใจตัวเองก็จะไม่สำเร็จ ความใจเย็นในการฝึกสอนหมาก็เป็นหัวใจในการฝึกสอนด้วยเช่นกัน
นอกจากจะต้องทราบความแตกต่างแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ได้แก่ การ ฝึกสอน เพราะการเลี้ยงหมา ถ้าจะว่าไปแล้ว ใครก็สามารถเลี้ยงได้ไม่แตกต่าง แต่การทำให้หมามีคุณค่านั้น เป็นอีกเรื่อง ซึ่งถ้าทำได้จะเกิดความแตกต่างและเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น การฝึกหมามีตำราให้เรียนรู้มากมาย ท่านที่สนใจก็สามารถนำมาศึกษาไดด้วยตนเอง เพราะไม่ได้ยากหรือเกินความสามารถที่จะทำได้ โดยมีเคล็ดลับในการฝึกสอนที่เหมือนกัน ได้แก่ ผู้ที่จะฝึกหมาจะต้องใจเย็นและไม่โมโหเท่านั้น ส่วนอื่นๆ ก็ให้ปฏิบัติตามที่ได้เรียนรู้มา
เคล็ดลับอีกอย่างที่ผู้จะทำการฝึกหมาจะต้องรู้ ได้แก่ ธรรมชาติของหมาเป็นสัตว์ที่ต้องการเรียนรู้อยู่แล้ว มีความจงรักภักดี และอยากอยู่ใกล้ชิดผู้เป็นเจ้าของ ดังนั้นผู้ที่จะทำการฝึกสอนหมาที่ฉลาดจะต้องนำคุณสมบัติดังกล่าวออกมาใช้ให้ เป็นประโยชน์หรือแม้แต่ต้องค้นหาคุณสมบัติดังกล่าว แล้วนำออกมาใช้ก็จะประสบผลสำเร็จได้ไม่ยาก การนำธรรมชาติของหมาออกมาใช้ก่อนอื่นจะต้องรู้ว่าหมาที่จะนำมาฝึกสอนนั้น เป็นหมาที่มีคุณสมบัติอย่างไร เช่น หมาอารักขา ก็จะต้องฝึกใช้งานด้านอารักขา หมาทางด้านการกีฬาก้องฝึกให้ใช้งานทางด้านกีฬา เป็นต้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปร่างลักษณะของหมาแต่ละตัว หรือแต่ละสายพันธุ์เป็นสำคัญ ถ้าดูแล้วเห็นว่าเป็นสายพันธุ์อะไรก็ต้องฝึกสอนให้ไปทางนั้น นี่ก็เป็นเคล็ดที่ไม่ลับ ทว่าบางคนก็ไม่นำมาใช้ เพราะมักทำตามใจตัวเองก็จะไม่สำเร็จ ความใจเย็นในการฝึกสอนหมาก็เป็นหัวใจในการฝึกสอนด้วยเช่นกัน
จริงอยู่หมาทุกตัวมีสัญชาติญาณในการต่อสู้
โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อเจ้านาย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะรูปร่างของมันด้วยการนำพูเดิลไปฝึกเป็นหมา
อารักขาก็น่าจะไม่แปลก เพราะหมาทุกตัวก็มีความเป็นหมาด้วยกันทั้งนั้น ทว่าที่แปลกก็คือพูเดิลไม่ได้มีสายเลือดอารักขาและรูปร่างก็ไม่เหมาะสม
ดังนั้นพูเดิลก็ต้องฝึกให้เป็นพูเดิลครับ ส่วนหมาอารักขาก็มีอยู่มากมายที่จะนำมาฝึกใช้งานให้เป็นหมาอารักขาที่ดีได้
ไม่ว่าจะเป็น รอตต์ไวเลอร์เยอรมัน เชพเพิร์ด หรือโดเบอร์แมนน์
นอกจากหมาพวกนี้จะนำมาฝึกสอนให้เป็นหมาใช้งานด้านอารักขาแล้ว ยังสามารถนำมาฝึกใช้งานอย่างอื่นได้ เช่น นำมาฝึกสอนให้ช่วยเป็นหมานำทางคนตาบอด หรือหมาเฝ้ายามก็ได้
หมา นั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร หรือด้านใด ทั้งในทางที่ถูกและผิด ผู้เลี้ยงหมาต้องเป็นผู้ค้นหาในเรื่องทำนองนี้ ซึ่งก็จะทำให้หมาที่เลี้ยงมีคุณค่า ยิ่งถ้าเป็นการเลี้ยงเพื่อธุรกิจ การฝึกสอนก่อนการจำหน่ายมักจะทำให้จำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่า เนื่องจากหมาของเรามีคุณค่าที่สูงกว่าหมาที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดเชื่อว่า ผู้ซื้อก็ต้องพิจารณาคุณค่าก่อนหมาที่ไม่มีคุณค่าอะไร
จง จำไว้ว่าการเลี้ยงหมานั้น ผู้เลี้ยงจะต้องรู้จักหมาที่จะเลี้ยง แล้วจะประสบผลสำเร็จ ถ้าไม่รู้ก็ต้องหาวิธีศึกษา ไม่ใช่ว่าสักแต่ว่าเลี้ยง ก็จะเลี้ยงได้ไม่ดี สิ่งสำคัญเมื่อเลี้ยงแล้วต้องเลี้ยงให้ดี การนำหนาไปปล่อยให้เป็นภาระของสังคมเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและไม่สมควร ถ้ารักหมาไม่ควรทำอย่างนั้น จงรู้ไว้เสมอว่าหมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคนเรา
นอกจากหมาพวกนี้จะนำมาฝึกสอนให้เป็นหมาใช้งานด้านอารักขาแล้ว ยังสามารถนำมาฝึกใช้งานอย่างอื่นได้ เช่น นำมาฝึกสอนให้ช่วยเป็นหมานำทางคนตาบอด หรือหมาเฝ้ายามก็ได้
หมา นั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร หรือด้านใด ทั้งในทางที่ถูกและผิด ผู้เลี้ยงหมาต้องเป็นผู้ค้นหาในเรื่องทำนองนี้ ซึ่งก็จะทำให้หมาที่เลี้ยงมีคุณค่า ยิ่งถ้าเป็นการเลี้ยงเพื่อธุรกิจ การฝึกสอนก่อนการจำหน่ายมักจะทำให้จำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่า เนื่องจากหมาของเรามีคุณค่าที่สูงกว่าหมาที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดเชื่อว่า ผู้ซื้อก็ต้องพิจารณาคุณค่าก่อนหมาที่ไม่มีคุณค่าอะไร
จง จำไว้ว่าการเลี้ยงหมานั้น ผู้เลี้ยงจะต้องรู้จักหมาที่จะเลี้ยง แล้วจะประสบผลสำเร็จ ถ้าไม่รู้ก็ต้องหาวิธีศึกษา ไม่ใช่ว่าสักแต่ว่าเลี้ยง ก็จะเลี้ยงได้ไม่ดี สิ่งสำคัญเมื่อเลี้ยงแล้วต้องเลี้ยงให้ดี การนำหนาไปปล่อยให้เป็นภาระของสังคมเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและไม่สมควร ถ้ารักหมาไม่ควรทำอย่างนั้น จงรู้ไว้เสมอว่าหมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคนเรา
แหล่งที่มา กระปุกดอทคอม
(Dogazine Healthy)
เรื่องโดย : D.Dogs Kennel, TH.
Friday, April 20, 2012
วิธีพาน้องหมาไปเดินเล่นนอกบ้านแบบมีความสุข
เมื่อต้องพา สุนัข ออกนอกบ้าน ซึ่งอาจเป็นสถานที่ที่น้องหมาไม่คุ้นชิน
หรือพบปะผู้คน
แปลกหน้า สิ่งของแปลกปลอม
อาจจะทำให้สุนัขตื่นกลัว หรือมีอาการก้าวร้าวต่อสิ่งแปลกใหม่
ดังนั้น
วันนี้เรามีวิธีการพาเจ้าตูบออกนอกบ้านแบบมีความสุขมาบอกกัน
สังเกตนิสัยจากสายพันธุ์สุนัข
ก่อนอื่นเจ้าของต้องทำความเข้าใจ
ลักษณะนิสัย ของสุนัขของตน ซึ่งถ่ายทอดตามลักษณะสายพันธุ์
ซึ่งโยงไปถึงพฤติกรรมการแสดงออก เช่น สุนัขสายพันธุ์เทอร์เรีย
จะมีลักษณะความเป็นผู้นำค่อนข้างสูง ร่าเริง เมื่อต้องเจอสุนัขแปลกหน้า
มักชอบที่จะท้าทายสุนัขตัวอื่นเสมอ ซึ่งในส่วนนี้
สุนัขที่มีสายพันธุ์ที่มีความเป็นผู้นำเหมือนกัน เวลาสบตากันจะเกิดอาการเบ่งใส่กัน
และจะกระโจนเข้าหากัน ดังนั้นเจ้าของต้องเรียนรู้
และเข้าใจ
และสามารถดึงความสนใจของสุนัขก่อนที่จะมีการปะทะกัน
เช่น
ให้สุนัขหันมาสบตากับเจ้าของจะเป็นการดึงความสนใจจากสุนัข และทำให้สุนัขสงบลง
ทั้งนี้
ลักษณะนิสัยของสุนัขโดยทั่วไป จะไม่ชอบการประจันหน้า อย่างเช่น เวลามีคนเดินเข้าไปหามันโดยตรง
มันจะคิดว่าเป็นการท้าทายมัน สุนัขจะกระโจนหรือวิ่งเข้าใส่
เพราะคิดว่าเราคือศัตรูของมัน แต่หากเราเข้าไปยืนข้างๆ
สุนัขจะรู้สึกได้ว่าเรามาอย่างเป็นมิตร มันก็จะให้ความเป็นมิตรด้วย
ใช้โทนเสียงช่วยในการควบคุมพฤติกรรม
ในความเป็นจริงแล้ว
สุนัขจะไม่เข้าใจในภาษาที่เจ้าของสั่ง แต่จะเข้าใจตามโทนเสียงและลักษณะอาการที่สั่ง เช่น ถ้าเจ้าของสั่งให้ทำด้วยโทนเสียงเรียบ
และเมื่อทำตาม เจ้าของกล่าวชื่นชม และลูบตามลำตัวด้วยโทนเสียงสูง สุนัขจะจำ ในขณะที่หากใช้โทนเสียงดัง ต่ำ เมื่อสั่งให้หยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เจ้าตูบจะจดจำทันที ดังนั้นเมื่อ หัดให้น้องหมาได้เข้าใจถึงโทนเสียงและอากัปกิริยาที่ต้องการให้เขาทำ เขาจะจำและทำตามทุกครั้ง
ดังนั้น
การใช้โทนเสียงกับสุนัขถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ หากต้องการให้สุนัขเชื่อฟัง เจ้าของสุนัขควรใช้เสียงที่ค่อนข้างขึงขังและหนักแน่น หากเป็นเสียงที่เปล่งออกมาจากช่องท้องโดยตรงจะยิ่งทำให้เสียงมีพลังในการ สั่งสุนัขมากยิ่งขึ้น และสุนัขก็จะยอมเชื่อฟัง
การใช้โทนเสียงที่ดังและดุ สุนัขจะเชื่อฟัง เพราะจะทำให้สุนัขเข้าใจว่าเจ้าของคือนายและสามารถควบคุมมันได้ แต่ถ้าหากเจ้าของปฏิบัติต่อมันเหมือนเพื่อนมันก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีความ เสมอภาคและเท่าเทียมกันดังนั้นมันก็จะไม่ฟังคำสั่งจากเจ้าของเลย เช่นเดียว กันเมื่อเจ้าของใช้โทนเสียงสูง
สุนัขจะเข้าใจได้ว่า ขณะนั้นเจ้าของกำลังมีความสุข มันก็จะตอบสนองด้วยการกระดิกหางเพื่อแสดงให้เจ้าของเห็นว่ามันก็มีความสุข เช่นกัน
สายจูง-ตัวช่วย เมื่อต้องพาเจ้าตูบออกนอกบ้าน
สายจูงจะช่วยสื่อให้สุนัขได้รู้สึกถึงการควบคุมจากเจ้าของ เมื่อต้องพาสุนัขออกนอกบ้าน
และเป็นการลดความเสี่ยงต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้น เมื่อสุนัขเจอคนหรือสิ่งแปลกปลอม เพราะการใช้และควบคุมสุนัขผ่านสายจูงจะทำได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับการปล่อย สุนัขเป็นอิสระ สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ ควรใช้แบบที่เป็นโซ่คล้องคอ เนื่องจากเวลาเราต้องการจะปรามมัน
เพียงแค่กระตุกสายจูง จะสามารถทำให้สุนัขรับรู้และรู้สึกได้ดีกว่าการคล้องสายไว้ที่ลำตัว ทั้งยังทำให้สุนัขเชื่อฟังและรับรู้ว่าเจ้าของต้องการอะไรอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม
สายจูงบางชนิดที่มีลักษณะของโซ่ ที่ดูแล้วน่ากลัว แท้จริงแล้วถูกออก แบบมาให้มีลักษณะคล้ายกับเขี้ยวของแม่สุนัข เมื่อเจ้าของกระตุกจะคล้ายกับ อาการที่แม่สุนัขงับคอลูกเพื่อป้องปรามเมื่อลูกสุนัขทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม เมื่อสุนัขรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกจะรู้ว่าเป็นการปรามพฤติกรรมที่กำลังทำ อยู่
ซึ่งการกระตุกโซ่ที่ล่ามคอนั้นไม่ได้ทำให้สุนัขรู้สึกเจ็บ
เมื่อน้องหมาต้องเจอสิ่งของหรือเสียงแปลกปลอม
เจ้าของต้องสังเกตและเรียนรู้ว่า สุนัขของตนมีปฏิกิริยาต่อสิ่งของหรือเสียงที่เขาไม่เคยพบหรือได้ยินเมื่อ อยู่ในบ้านอย่างไร เพราะกิริยาที่แสดงออกนั้นจะทำให้รู้ว่าสุนัขกลัวหรือ รู้สึกอย่างไรต่อเสียงหรือสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ ในกรณีที่สุนัขมีอาการตกใจ ตื่นกลัวจากเสียงดัง ๆ
อย่างเช่นเสียงฉาบตีกระทบกัน เสียงเครื่องบิน เสียงฟ้าร้อง เสียงแมวร้อง และเสียงเด็กร้อง
สุนัขจะเห่า
การที่จะทำให้สุนัขหยุดเห่าหรือทำให้มันสงบลง เจ้าของควรสั่งให้สุนัขนั่งลงข้าง ๆ
จะสามารถทำให้สุนัขสงบลงได้ เพราะการทำเช่นนี้เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากเสียงที่มันได้ยิน
สิ่งสำคัญที่เจ้าของไม่ควรทำเวลาสุนัขมีอาการตกใจหรือตื่นตระหนก คือ การตบหัวหรือลูบหัวสุนัข เนื่องจากเจ้าของหลายท่านเข้าใจว่าการตบหัวสุนัขจะเป็นการปลอบสุนัข ซึ่งจริงๆแล้วเป็นวิธีการที่ผิด
เพราะจะเป็นการตอกย้ำให้สุนัขเข้าใจว่า มันควรจะเห่าและกลัวต่อไป
ป้องกันน้องหมาจากการปะทะกับสุนัขตัวอื่น
เมื่อต้องพาสุนัขเดินหรือผ่านสุนัขตัวอื่น ปฏิกิริยาปกติของสุนัขก่อนจะมีเรื่องกับสุนัขตัวอื่นคือการจ้องตา
และนิ่ง
เพื่อทดสอบกำลังว่าตัวใดมีความเข้มแข็งกว่ากัน
ดังนั้น
เจ้าของจะต้องมีความไวในการรับรู้ถึงพฤติกรรมนี้ เจ้าของต้องทราบก่อนว่า ขณะนั้นสุนัขกำลังสนใจอะไรอยู่ โดยสังเกตท่าทาง และก่อนที่สุนัขจะจู่โจมสุนัขตัวอื่น เจ้าของจะต้องรีบทำให้มันหันไปมองทางอื่นทันที เพื่อเป็นการดึงสมาธิของมันให้ไปสนใจกับสิ่งอื่นแทน ซึ่งการสั่งให้สุนัขนั่งลง เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้สุนัขสงบลงได้เช่นกัน
แหล่งที่มา โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
Friday, April 13, 2012
สุนัขป่วย ไม่ยอมกินอาหาร ทำไงดี?
หลักการให้อาหารสุนัขป่วยก็คือ ต้องให้อาหารบ่อยๆ เพราะขณะเจ็บป่วยกำลังในการย่อยของสุนัขจะอ่อนลง หากให้อาหารมากไปแล้ว นอกจากจะไม่ให้ประโยชน์แล้ว ยังไปรบกวนอวัยวะเหล่านั้นด้วย ถ้าทำได้แล้ว ทางที่ดีควรให้สุนัขเลือกกินอาหารเองตามใจชอบ การให้อาหารโดยการบังคับจะทำก็ต่อเมื่อสุนัขไม่ยอมกินอาหารเหล่านั้น
หากสุนัขแสดงอาการไม่สนใจต่อก้อนเนื้ออันโอชะที่หยิบยื่นให้แก่มันแล้ว ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องให้อาหารข้นโดยการป้อน ในการป้อนนี้ควรป้อนอาหารที่เป็นน้ำหรือของเหลวอ่อนๆ ด้วยช้อนหรือใช้ทัพพีปากแคบๆ วิธีป้อนให้ค่อยๆ พยุงศีรษะสุนัขขึ้นแล้วอ้าริมฝีปากให้ถ่างออกเป็นกระพุ้ง แล้วค่อยๆ เทอาหารลงในปาก และต้องพยุงศีรษะไว้จนกว่าสุนัขจะกลืนอาหารนั้นแล้ว จึงค่อยป้อนต่อไป
เมื่อป้อนอาหารเสร็จแล้วควรล้างและเช็ดเศษอาหารที่ปากออกให้หมด อย่างไรก็ตามอาหารไม่ใช่เป็นยารักษาโดยตรง เพียงแต่ช่วยให้สุนัขป่วยอยู่ได้ฟื้นตัวหรือหายเป็นปกติเร็วขึ้น
อาหารสำหรับสุนัขท้องเสีย
อาหารที่จะให้ต้องย่อยง่ายและไม่ขัดขวางการหายของแผลในกระเพาะและลำไส้ ถ้ามีอาการท้องเสียรุนแรงหรือมีอาเจียนร่วมด้วย ควรนำสัตว์ไปพบสัตวแพทย์ เพื่อให้น้ำเกลือ ทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เพราะฉะนั้น อาหารที่ให้ควรเป็นอาหารอ่อน ย่อยง่าย ไม่ระคายเคืองกระเพาะและลำไส้ และมีพลังงานมากเพียงพอ ซึ่งได้จากพวกคาร์โบไฮเดรต แต่ไขมันไม่ควรให้มาก ลักษณะอาหารเช่นนี้ยังใช้ได้ในลูกสุนัขที่เพิ่งหย่านม เนื่องจากไม่ระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร
อาหารสำหรับสุนัขท้องผูก
อาหารสำหรับสุนัขท้องผูกควรมีใยอาหารมาก เพื่อช่วยการบีบตัวของลำไส้ ทั้งยังช่วยดูดน้ำในส่วนของลำไส้ใหญ่อีกด้วย
1. ให้อาหารอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน เพื่อกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ให้ดันก้อนอาหารไปยังส่วนท้าย
2. พาสุนัขออกกำลังบางสัก 30-60 นาที หลังจากกินอาหาร เพื่อกระตุ้นการถ่ายอุจจาระและการบีบตัวของกล้ามเนื้อท้อง
3. ตรวจดูที่ก้นสุนัขด้วย เพราะอาการท้องผูกอาจเกิดจากอาการของโรคทางทวารหนัก หรือได้รับการกระแทกจนบาดเจ็บจนไม่สามารรถ่ายอุจจาระได้
4. หาน้ำสะอาดให้กิน
5. จำกัดอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
จะ เห็นได้ว่าอาหารนี้มีพลังงานต่ำ เพราะคาร์โบไฮเดรตและไขมันน้อยลง แต่มีสารเยื่อใยเพิ่มมากขึ้น จะไม่ค่อยย่อยและยังอมน้ำไว้ได้มากในส่วนลำไส้ใหญ่อีกด้วย อีกทั้งยังช่วยลดอาการหิวของสุนัขได้ อาหารสูตรนี้ยังเหมาะกับสุนัขที่อ้วนเกินไป และสุนัขที่เป็นโรคเบาหวาน คือจะช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ส่วนแม่สุนัขที่กำลังท้องและให้นมลูก ไม่ควรให้อาหารนี้รวมทั้งสุนัขที่เป็นโรคไตด้วย
แหล่งที่มา : กระปุกดอทคอม
Wednesday, April 11, 2012
เมื่อ หมาเมิน (อาหาร) ทำอย่างไรดี ?
บ่อย ครั้งใช่หรือไม่ ที่เจ้าตูบนักกินของเรา ออกอาการ "หมาเมิน" ไม่สนใจอาหารที่เคยถูกปาก หรือน้องหมาของใคร อาจเป็นเจ้าตูบช่างเลือก นู่นไม่เอา นี่ไม่กิน อันนี้ไม่อร่อย จนพาลให้เจ้าของเกิดความเครียด เพราะกลัวลูก(หมา)รัก จะร่างกายผ่ายผอม ไม่น่ารักน่ากอดดังเดิม วันนี้เรามีคำแนะนำปัญหา หมาเมิน อาหาร มาบอกกันค่ะ
รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร สัตวแพทย์ชื่อดัง บอกเอาไว้ว่า หากน้องหมาเบื่ออาหาร เจ้าของต้องเริ่มสำรวจสุขภาพของเขาก่อน โดยเริ่มที่สุขภาพช่องปาก เพราะหากมีปัญหาเกี่ยวกับฟัน หรือเหงือก ก็อาจเป็นไปได้ว่า น้องหมาเมินอาหารเพราะเจ็บปวดจากการเคี้ยว จนส่งผลให้กินอาการน้อยลง แต่หากไม่พบอาการเจ็บป่วยในช่องปาก ก็อาจเป็นไปได้ว่า น้องหมากำลังป่วยโรคทางเดินอาหาร เช่น อาเจียน ท้องร่วง ฯลฯ ซึ่งเจ้าของควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกวิธีต่อไป
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสภาพอาหารว่า หมดอายุหรือไม่ โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป ต้องคำนึงถึงผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ ทำมาจากวัตถุดิบที่ปลอดภัย รวมถึงอาหารสดต้องไม่บูดเสีย และไม่ควรให้อาหารสำเร็จกับอาหารปรุงสดสลับกัน เนื่องจากการให้อาหารชนิดเดียวสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันปัญหาหมาเลือกกินได้
เทคนิคแก้ปัญหา น้องหมา เมินอาหาร
เปลี่ยนรสของอาหาร หากให้น้องหมากินอาหารสำเร็จชนิดเดียวมาเป็นเวลานาน ลองเปลี่ยนรสชาติของอาหารชนิดนั้น ๆ ด้วยการนำอาหารใหม่ผสมกับอาหารชนิดเดิม แล้วค่อย ๆ ปรับสัดส่วนให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้เพื่อป้องกันอาการท้องร่วง จากการกินอาหารใหม่
ลองผสมอาหารเปียก โดยมากน้องหมาจะชอบอาหารเปียกแบบกระป๋อง ซึ่งมีราคาแพงกว่าอาหารเม็ดสำเร็จรูป แต่คุณอาจลองผสมในปริมาณที่ไม่มาก แค่ให้พอชวนกิน
ทำอาหารให้อุ่นขึ้น ลองนำอาหารไปอุ่นแบบไม่ต้องร้อนมาก พอให้เกิดกลิ่นเย้ายวนชวนกิน แต่หากเป็นอาหารเม็ดก็เติมน้ำอุ่นลงไปเล็กน้อย ก็จะช่วยให้เย้ายวนใจเจ้าตูบมากกว่าเดิม
ใช้ขนมล่อ นำขนมน้องหมามาหั่นหรือบดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วโรยหน้าบนอาหารหมาไม่ต้องมาก เพราะไม่อย่างนั้น น้องหมาก็จะหันไปกินขนมแทน
พาหมาออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว หากเจ้าตูบของคุณได้ใช้พลังงานเสียบ้าง ก็จะกระตุ้นความอยากอาหารของเขาให้มากขึ้นด้วยล่ะ
รู้อย่างนี้แล้ว...หากน้องหมา เกิดอาการ หมาเมิน ก็ลองนำไปปรับใช้กันได้นะคะ
แหล่งที่มา : กระปุกดอทคอม
Subscribe to:
Posts (Atom)






