Sunday, April 6, 2014

ไข้น้ำนมในสุนัข




ไข้น้ำนมในสุนัข หรือ ภาวะมีแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำ เป็นภาวะฉุกเฉิน โดยมักพบในสุนัขมากกว่าในแมว

แสดงอาการเด่นชัดที่กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย สั่น หอบ ตากระตุกและเดินไม่สัมพันธ์กัน ส่งผลให้มีอุณหภูมิสูงตามมาจากการสั่นของกล้ามเนื้อ โดยมักจะพบในสุนัขหลังคลอดลูกแล้วที่ให้น้ำนมในปริมาณมาก ลูกดก ซึ่งก็จะทำให้สูญเสียแคลเซียมในร่างกายไปกับน้ำนมด้วย

อาการ : กล้ามเนื้อกระตุก สั่น หอบ ชักเกร็ง เดินไม่สัมพันธ์กัน มีไข้สูง

สาเหตุ : ภาวะแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำเนื่องจาก

- ภาวะขาดสารอาหาร
 
- ปริมาณโปรตีน (อัลบูมิน)ในกระแสเลือดต่ำ
 
- โรคที่เกี่ยวกับต่อมพาราไทรอยด์
 
- ให้น้ำนมในปริมาณมาก แม่สุนัขที่มีลูกปริมาณมากความต้องการน้ำนมจึงมากขึ้นตามไปด้วย ในวันที่สิบถึงสามสิบของการให้นม ความสามารถในการปรับระดับแคลเซียมในกระแสเลือดของแม่สุนัขจะน้อยลง แต่ลูกสุนัขก็มีความต้องการและความสามารถในการดูดนมในปริมาณมากขึ้น ทำให้แม่สุนัขไม่สามารถผลิตน้ำนมได้เพียงพอ ทำให้ระดับแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำลง ซึ่งโดยปกติแล้วแคลเซียมมีความสำคัญต่อการส่งผ่านของกระแสประสาท และการบีบตัวของกล้ามเนื้อ ดังนั้นจึงเกิดความผิดปกติขึ้นกับกล้ามเนื้อเมื่อระดับแคลเซียมต่ำ

 
 การรักษา :

- ให้แคลเซียม ทางกระแสเลือดอย่างช้าๆ

-  เช็ดตัว เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกาย หรือใช้ cool pack ประคบเพื่อลดอุณหภูมิเข้าใกล้ระดับปกติ

ภายหลังจากนั้น ควรเสริมด้วยแคลเซียมเม็ดแก่แม่สุนัข

การป้องกัน :

1. ให้อาหารที่มีคุณภาพสูง
แต่ไม่มากเกินความต้องการเพื่อเป็นแหล่งของแคลเซียม และวิตามินต่างๆ

2. เราสามารถป้องกันได้โดยการเสริมแคลเซียม ฟอสฟอรัสและวิตามินดี  ในช่วงกลางของการตั้งท้องได้ ไม่ควรให้แต่แคลเซียมอย่างเดียว เพราะอาจเกิดความไม่สมดุลของระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้
 
3. แนะนำให้นมผงสำหรับลูกสุนัขแทน

4. ควรหย่านมเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

 
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Thursday, April 3, 2014

ดูแลฟันเจ้าตูบ ก่อนสายเกินไป




         การดูแลฟันให้กับสุนัขนับเป็นเรื่องสำคัญกว่าการรักษา เพราะถ้าเราแปรงฟัน ควบคุมอาหารให้เหมาะสม หมั่นพาไปตรวจฟันกับสัตวแพทย์ทุก 6 เดือน สุนัขของเราก็แทบจะไม่มีหินปูน พอไม่มีหินปูน ปัญหาเหงือกร่น อักเสบก็น้อยลง ไม่ต้องกังวลกับการวางยาเพื่อขูดหินปูน ซึ่งเจ้าของบางคนถึงกับส่ายหน้าเพราะไม่อยากเสี่ยง ยิ่งบางตัวที่อายุมากก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้ว่าการวางยาในสัตว์ขณะนี้จะมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และมีสัตวแพทย์เฉพาะทางวางยาแล้ว แต่บางคนก็ยังกังวลอยู่ ดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามากนัก

          สำหรับ การแปรงฟันก็ไม่ยากเย็นอะไรเลย ถ้าเป็นสุนัขที่ยังเด็กให้เริ่มหัดแปรงตั้งแต่ยังเป็นฟันน้ำนมเพื่อให้เกิด ความเคยชิน เมื่อกลายเป็นฟันแท้แล้วก็จะไม่มีปัญหา หรือถ้าเป็นสุนัขที่โตแล้วก็สามารถฝึกได้แบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ โดยเริ่มจากให้ชิมยาสีฟันก่อนจนคุ้นเคยกับรสชาติ แล้วค่อยๆ เริ่มแปรงฟันทีละด้านจนครบทั้งปาก โดยการแปรงทั้งปากไม่ควรเกิน 1 นาที เพื่อให้สุนัขไม่เบื่อ การใช้เวลาที่นานเกินไปจะทำให้เจ้าตัวดีวิ่งหนีตั้งแต่เห็นแปรงก็ได้ค่ะ หลังจากแปรงเสร็จแล้วอย่าลืมให้รางวัลโดยการลูบหัว ชมด้วยคำชมหวานๆ ชวนเล่น หรืออะไรก็ได้ให้เค้ารู้ว่าทำถูก ทำดี

 
          ขั้นตอนการแปรงเริ่มจากเปิดริมฝีปากด้านบนขึ้นเพื่อแปรงฟันบน โดยแปรงวนบริเวณรอยต่อระหว่างเหงือกและฟัน แล้วปัดลง เพื่อเอาเศษอาหารที่อยู่ระหว่างร่องเหงือกออก แล้วทำเช่นเดียวกันนี้กับฟันล่างคือแปรงวนบริเวณรอยต่อแล้วปัดขึ้น ยาสีฟันที่ใช้ต้องเป็นยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ เพราะต้องกลืนยาสีฟันเข้าไป (ไม่ต้องบ้วนปากนะคะ) ยาสีฟันที่เลือกใช้ควรต้องกินได้ ไม่มีฟองเพราะอาจทำให้สำลัก และไม่มีฟลูออไรด์ที่จะระคายเคืองกระเพาะอาหาร

          ส่วนแปรงสีฟันก็มีหลายแบบขึ้นอยู่กับลักษณะความยาว ความกว้างของปากสุนัข ถ้าเป็นพันธุ์หน้าสั้น ช่องปากกว้าง เช่น ปั๊ก บูลด๊อก อาจใช้แปรงแบบสวมนิ้ว ถ้าพันธุ์หน้าเล็ก ช่องปากแคบ เช่น พุดเดิ้ล ปอมเมอเรเนียน อาจใช้แปรงมีด้ามขนาดเล็กหรือถ้าช่องปากกว้างและหน้ายาว เช่น ลาบราดอร์ ล็อตไวเลอร์ ใช้แปรงมีด้ามขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่กับขนาดช่องปาก

          สำหรับการดูแลเรื่องอื่นๆ พวกอาหาร แนะนำให้กินอาหารเม็ด เนื่องจากจะทิ้งคราบไว้ที่ผิวฟันน้อยกว่าอาหารกระป๋อง และอาหารปรุงเอง ซึ่ง ปัจจุบันมีอาหารหลายยี่ห้อที่ผลิตมาเฉพาะสำหรับขัดฟันด้วย โดยอาจมีเนื้ออาหารที่หยาบขึ้น หรือมีการเรียงเส้นใยเป็นแนวเดียวกันเพื่อประสิทธิภาพในการขัดฟัน

          อย่างไรก็ตาม หากเราป้องกันดีแล้ว แต่ยังคงพบปัญหากลิ่นปากเหม็น น้ำลายหรือเลือดออกจากปาก หรือน้องหมางับอาหารแล้วหล่นบ่อยครั้ง กินอาหารน้อยลง นั่นเป็นอาการที่แสดงถึงการอักเสบของเหงือกและฟันระดับปานกลางถึงมากแล้ว การแปรงฟันอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ต้องทำการขูดหินปูน หรือถอนฟันบางซี่ที่โยกมากออก ร่วมกับรักษาหนองที่รากฟัน (ถ้ามี) 

 
          ทั้งนี้ การขูดปูนทำได้โดยการวางยาหรือน้องหมาหัวใจผิดปกติมากจนวางยาไม่ได้ อาจต้องช่วยการจับตัวแล้วทำการกะเทาะหินปูนออกบางส่วนใน (กรณีที่น้องไม่ดื้อมากนัก) หลังจากนั้นก็ดูแลโดยการแปรงฟันทุกวันต่อ เพราะหินปูนจะกลับมาภายใน 3 เดือนหลังการขูดหินปูน ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจมีอันตรายที่คาดไม่ถึง เพราะแบคทีเรียในช่องปากจะไปตามกระแสเลือดแล้วทำให้มีการติดเชื้อที่ปอด ตับ ไต และช่องปากและโพรงจมูกแยกจากกันแค่เพดานปากกั้น ดังนั้น ถ้ามีหนองในรากฟัน อาจทำมีปัญหาระบบทางเดินหายใจตามมาได้ เห็นรึยังคะว่าป้องกันดีกว่าจริงๆ ด้วย

แหล่งที่มา  โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ, http://pet.kapook.com/view2440.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Friday, March 21, 2014

ล้วงลับ เรื่องราวรัก ๆ ชีวิตสัตว์โลก...ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน



ใครว่ามนุษย์ที่จะมีความรักได้เท่านั้น ไม่ว่าสัตว์หรือคนก็มีหัวใจ แต่รักนี้จะแสนหวาน หรือซ่อนเร้นแอบแฝงขนาดไหน มาส่องพฤติกรรมจับคู่ของบรรดาสัตว์ทั้งหลายกัน

พฤติกรรมการจับคู่ของสัตว์โลก แบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลัก ๆ คือ

1. รักเดียวใจเดียว

สัตว์ที่รักเดียวใจเดียว เราเกิดมาเพื่อเป็นของกันและกัน สัตว์ที่มีการจับคู่ผสมพันธุ์แค่ตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ผัวเดียวเมียเดียว อาทิ เป็ดแมนดาริน (Mandarin Duck) เป็นสัญลักษณ์แทนความรักและความซื่อสัตย์ระหว่างหญิงและชาย หงส์ขาว (Swan) เป็นสัญลักษณ์ของความรักและความงามต่าง ๆ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีคู่เดียวไปตลอดชีวิต  กุ้งการ์ตูน (Harlequin shrimp) ได้รับฉายาว่าเป็น "คู่รักแห่งอันดามัน" ม้าน้ำ (Seahorse) จิ้งจอกแดง (Red Fox),  จิ้งจอกสีเงิน (Silver Fox), นกกระตั๊ว กาลาห์ (GalahCokkatoo), นกทูแคน (Toucan), ปลาการ์ตูน  (Premnasbiaculeatus ,Clownfish), ปลาตีน (Mudskipper) ปลาอมไข่คาดินอล (Banggai Cardinal Fish), ปลาหมึกสาย (Octopus), เป็ดวู้ดดั๊ก (Wood Duck), เป็ดเปีย (Tufted Duck) เป็ดบาฮาม่า (Bahama Pintail Duck) ฯลฯ  


2. ชายหลายกิ๊ก

สัตว์ตัวผู้ที่จะผสมพันธุ์กับตัวเมียมากกว่า 1 ตัว (Harem) หากตัวผู้อื่นต้องการครอบครองตัวเมียของตน ก็ต้องมีการต่อสู้กันเพื่อแย่งชิง ซึ่งในงานนี้จะได้พบกับ จาค็อป (Jacob , 4 horn sheep) หรือแกะ 4 เขา,  แพะแองโกร่า (Angora goat) ม้าแคระ (ShetlandHorsev), ตุ๊กแกสีสด (Day gecko) เม่นทะเล (Sea urchin), ปลิงทะเล (Sea cucumber), จิ้งเหลนหางลิง (Monkey tail skink), วอลล่าบี (Wallaby) จระเข้, (Crocodile) พิราบหงอน (Victoria Crowned Pigeon), เม่นแอฟฟริกา (Hystrix Africaeaustralis), ปลาไหลลายจุด (Spotted Garden Eel, Heteroconger) ฯลฯ

 
3. หญิงหลายใจ

  สัตว์ตัวเมียที่จะผสมพันธุ์กับตัวผู้มากกว่า 1 ตัว ซึ่งตัวเมียจะปล่อยสาร Pheromore เพื่อดึงดูดตัวผู้เข้ามาผสมพันธุ์ บางครั้งการผสมพันธุ์เสร็จสิ้นแล้วจะทิ้งให้ตัวผู้เลี้ยงลูก อาทิ นกแคสโซแวรี  (Cassowary Bird) แมงดาทะเล (Horseshoe crab) นกคุ่ม (Turnicidae) ผึ้งหลวง (Giant honey bee) กระท่าง (Himalayan newt), บึ้ง (Tarantula) ฯลฯ 

 
4. มากคู่ชู้ชื่น

สัตว์ที่มาผสมพันธุ์กัน แล้วแยกจากกันไป ไม่ได้อยู่กินกันเป็นครอบครัว การจับคู่แบบนี้ทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ๆ เป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ อาทิ กิ้งก่าสไปเดอร์แมน Spiderman lizard (Mwanza flat-headed rock agama lizard) เป็ดมาลลาร์ด (Mallard) กบฮอร์นฟรอก (Horned frog), เต่าเรดฟุต(Red Foot Tortoise) ปลาดาว (Starfish), ปลาสิงโต (Lionfish) ละสุนัขสายพันธุ์ต่าง ๆ ฯลฯ 


แหล่งที่มา  http://pet.kapook.com/view84771.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต