Sunday, October 20, 2013

5 คำถามยอดฮิต เมื่อคิดให้อาหารน้องหมาแรกเกิด



          เพราะลูกสุนัขที่เพิ่งเกิดใหม่ยังไม่สามารถช่วยเหลือ ตัวเองได้ในเรื่องอาหารการกิน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของที่ต้องไปเสาะแสวงหาความรู้ กลวิธีในการให้อาหารแก่ลูกสุนัขตัวน้อยว่าควรกินอะไร และนี่คือ 5 คำถามคาใจเกี่ยวกับหลักการกินอาหารของลูกสุนัขที่หลายคนสงสัยใคร่รู้...

1. โภชนาการที่ดีและเหมาะสมสำหรับลูกสุนัข ควรเป็นอย่างไร?

          ตอบ : ในสุนัขแรกเกิดมีความแตกต่างจากสุนัขโตเต็มวัยหลายประการ ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายต่ำ การทำงานของอวัยวะยังไม่สมบูรณ์ ภาวะภูมิคุ้มกันที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ ดังนั้น สุนัขควรได้รับอาหารที่ถูกต้องและเพียงพอต่อความต้องการ เพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ การขาดอาหารในลูกสุนัขจะทำให้ลูกสุนัขไม่แข็งแรงและอาจจะมีปัญหาสุขภาพตามมาในอนาคต

          หากเป็นสุนัขที่คลอดได้เอง แม่สุนัขมักเลี้ยงลูกเองและไม่ต้องการให้คนเข้าไปยุ่ง ลูกสุนัขจะได้รับการดูแลจากแม่สุนัขอย่างดี ได้ดูดนมน้ำเหลือง (24-48 ชั่วโมงหลังคลอด) จะได้รับภูมิคุ้มกันโรคจากแม่มาด้วย ทำให้มีความทนทานต่อโรคมากกว่าลูกสุนัขกำพร้า โดยลูกสุนัขจะกินนมอย่างเดียวทุก 1-2 ชั่วโมง ระหว่างกินนั้น แม่สุนัขจะเลียลูกน้อยเพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายไปด้วย หลังกินอิ่มลูกสุนัขจะนอนหลับ หากลูกสุนัขร้องและคลานไปมาแสดงว่ากินไม่อิ่ม เจ้าของเองสามารถเข้าไปช่วยจับให้ลูกสุนัขดูดนมแม่ และต้องกันตัวอื่นๆ แยกออกมาก่อน

          สำหรับลูกสุนัขกำพร้า (ไม่มีแม่สุนัขหรือแม่ไม่เลี้ยง) ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก ควรให้กินเฉพาะนมสำหรับสุนัขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าของอาจต้องป้อนนมทุกๆ 2 ชั่วโมง โดยในแต่ละครั้งควรให้ในปริมาณไม่มากหรือน้อยเกินไป (ควรปรึกษาสัตวแพทย์เนื่องจากต้องพิจารณาจากน้ำหนักแ ละอายุ) สิ่งที่ควรระวังจากการป้อนนมนั้น ก็คือการสำลักนม ซึ่งสามารถเกิดได้ง่ายในลูกสุนัขที่ไม่แข็งแรง เนื่องจากการป้อนนมมากหรือเร็วเกินไป นมที่ป้อนอาจจะตกลงไปในหลอดลม ส่วนการกระตุ้นการขับถ่ายควรทำทุกครั้งหลังป้อนนม ซึ่งปกติอุจจาระของลูกสุนัขจะมีลักษณะเป็นก้อน สีเหลืองอมขาว ปัสสาวะควรเป็นสีใสหรือสีเหลืองใส

2. ลูกสุนัขควรกินอาหารอะไร ในปริมาณขนาดไหน และบ่อยเท่าไหร่?

          ตอบ : ลูกสุนัขยังไม่หย่านม สำหรับลูกกำพร้าให้หานมสำหรับสุนัขมาทดแทน ถ้าลูกสุนัขยังไม่แข็งแรงในสัปดาห์แรกอาจจะเสริมด้วย กลูโคส หรือน้ำตับดิบ (Rawliver juice) ครั้งละ 2 - 3 CC หรืออาจจะให้วิตามินเสริม

          ลูกสุนัขหย่านม เริ่มให้อาหารอ่อน บดละเอียด อุดมด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี ตั้งแต่อายุ 3 สัปดาห์ เป็นต้นไป โดยปกติลูกสุนัขจะหย่านมที่ประมาณ 6 - 7 สัปดาห์ ทั้งนี้ ชนิด ปริมาณ และความถี่ในการให้อาหารขึ้นอยู่กับอายุลูกสุนัข

          ช่วงที่มีการเจริญเติบโต อาหารอ่อนย่อยง่าย อาหารสำเร็จรูปสำหรับลูกสุนัข ที่มีระดับแคลเซียมไม่เกิน 1.8% และฟอสฟอรัสไม่เกิน 1.6%

3. สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของลูกสุนัขมีอะไรบ้าง

          ตอบ : การเสริมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน ในลูกสุนัขที่กำลังเติบโตเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะลูกสุนัขที่กินอาหารสำเร็จรูปเนื่องจากมีสารอาหารที่เหมาะสมอยู่แล้ว

          นอกจากนี้ อย่าเป็นกังวลจนมากเกินไปนักหากลูกสุนัขไม่กินอาหารเลย หรือไม่กินอะไรเลยทั้งวัน เรื่องเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในตอนแรกๆ เดี๋ยวพอวันรุ่งขึ้นเขาก็เป็นปกติเอง อย่างไรก็ตาม หากเขามีอาการท้องเสีย อาเจียน หรืออาการเซื่องซึมประกอบด้วย ให้คุณรีบพาเขาไปพบสัตวแพทย์เสีย อาการอย่างนี้เป็นสัญญาณของโรคที่ไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะเมื่อเกิดกับลูกสุนัข

4. สำหรับอาหารสำเร็จรูปอย่างอาหารเม็ด หรืออาหารกระป๋อง มีวิธีการเลือกอย่างไร

          ตอบ : โดยทั่วไปแล้วอาหารเม็ดจะมีปริมาณน้ำและความชื้นน้อย ดังนั้น สุนัขควรมีน้ำตั้งไว้ตลอดเวลา แต่อาหารกระป๋องหรืออาหารเปียกจะมีปริมาณน้ำที่มากกว่า จะมีกลิ่นที่น่ากิน สุนัขจึงชอบกินอาหารเปียกมากกว่า แต่ถ้ากินนานๆ ไปเมื่ออายุมากขึ้นอาจจะมีปัญหาคราบหินปูน เนื่องจากไม่มีการกัดแทะของฟัน

5. อาหารต้องห้ามสำหรับลูกสุนัขที่ควรหลีกเลี่ยง

          ตอบ : มีผู้เลี้ยงบางกลุ่มนิยมให้อาหารสุนัขตามแต่ความต้องการของตัวเอง โดยผู้เลี้ยงเข้าใจผิดว่า สุนัขมีความต้องการ และความสามารถในการกินได้เช่นเดียวกับคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความคิดที่ผิด อาหารที่คุณให้อาจย้อนกลับมาทำอันตรายถึงชีวิตแก่สุนัขแสนรักของคุณได้ มีอาหารต้องห้าม 3 อย่างของสุนัข ที่ผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงไม่นำมาให้สุนัขกิน ได้แก่

          อาหารที่แข็งเกินไป เช่น กระดูกไก่ หากไม่จำเป็นคุณไม่ควรให้กระดูกไก่ ปลา ให้เจ้าสุนัขของคุณกินโดยเด็ดขาด แม้ว่าเจ้าสุนัขของคุณจะชื่นชอบอาหารเหล่านี้เพียงใด เพราะกระดูกไก่ ก้างปลา อาจแตกหักระหว่างที่สุนัขขบเคี้ยว สร้างมุมแหลม และความแหลมนี่เองอาจทิ่มแทงทำอันตรายสุนัขของคุณได้ ผู้เลี้ยงหลายคนให้เหตุผลในการให้อาหารเหล่านี้แก่สุนัขว่า ต้องการให้แคลเซียมแก่สุนัข ซึ่งความจริงแล้วผู้เลี้ยงสามารถให้เม็ดแคลเซียม หรือนมอุ่นๆ แก่สุนัขแทนได้

          หัวหอมและกระเทียม ไม่ควรให้สุนัขรับประทานในปริมาณมาก เพราะหัวหอมและกระเทียมมีส่วนประกอบของกำมะถันอยู่มาก เพราะฉะนั้นไม่เหมาะแก่การผสมในอาหารให้กับเจ้าตูบ เนื่องจากว่าสารกำมะถันนี้จะทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงของสุนัข จะทำให้โรคโลหิตจาง และโรคเลือดไหลไม่หยุดได้

          ช็อกโกแลต หลายคนเคยให้ช็อกโกแลตกับสัตว์เลี้ยงของท่าน โดยไม่รู้ว่าช็อกโกแลตเหล่านี้ส่งผลร้ายต่อสุนัข สาเหตุเพราะช็อกโกแลตมีส่วนประกอบของสารชนิดหนึ่งชื่อว่า Theobromine ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับสารพวก Caffeine (ซึ่งมีในพวกกาแฟ โกโก้) สาร Theobromine นี้เมื่ออยู่ในร่างกายมันจะมีฤทธิ์หลายอย่าง แต่ที่เห็นเด่นๆ ชัด คือ จะกระตุ้นให้มีการหลั่งสารที่เรียกกันว่า Adrenaline ซึ่งสารตัวนี้จะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก ถ้ากินมากๆ อาจถึงขั้นเป็นพิษได้จะทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย หายใจถี่ ฉี่บ่อย กระวนกระวาย และในที่สุดก็ถึงตายได้


แหล่งที่มา  http://pet.kapook.com/view9326.html, thaidogcenter
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


Sunday, September 29, 2013

เลี้ยงสัตว์ให้เฮงรับตรุษจีน


ในช่วงตรุษจีนหลายคนมักจะนึกสิ่งที่เสริมความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต แต่เชื่อหรือไม่ว่าสัตว์เลี้ยงก็เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมดวง เพิ่มความเป็นมงคลกับชีวิตคุณได้เช่นกัน เรามีสัตว์เลี้ยงที่เสริมความเป็นมงคลรับเทศกาลตรุษจีนมาแนะนำกัน

น้องหมาพาเฮง

 
สุนัขถือเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรก ๆ ที่หลายคนเลือกที่จะเลี้ยงไว้ในบ้าน อาจเป็นเพราะคุณสมบัติที่ซื่อสัตย์และอุปนิสัยที่น่ารักของมันที่ทำให้ได้รับการยอมรับ เป็นที่นิยมจากผู้เลี้ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ 

แต่ไม่ว่าสุนัขสายพันธุ์ไหนก็ตาม สามารถช่วยเสริมดวงคุณให้พบเจอแต่ความเฮงได้ทั้งสิ้น ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว สุนัขนั้น หมายถึง บุตร บริวาร หรือ ความซื่อสัตย์ 

แต่จะต้องเลี้ยงอย่างไรจึงจะทำให้สุนัขนั้นเสริมดวงของคุณ? มีคำอธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขให้เสริมดวงว่า คุณอาจจะต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกสุนัขมาเลี้ยง การจะหาสุนัขมาเลี้ยงสักตัวนั้นต้องหาสุนัขที่มีธาตุสมพงษ์กับตัวคุณ บางคนอาจจะไม่เชื่อว่าสุนัขนั้นก็มีธาตุเหมือนกับมนุษย์เช่นกัน
อาจฟังดูเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อที่ว่าสุนัขเพียงตัวเดียวอาจทำให้คุณมีความสุขและเสริมบารมีคุณในเรื่องต่าง ๆ เพียงเพราะว่ามันมีวัน เดือน ปีเกิดสมพงษ์กับตัวคุณ 

แมวไทยให้โชค

 
หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงเกี่ยวกับแมวมงคลของไทยมาบ้าง โดยแมวมงคลจะช่วยเสริมดวงผู้เลี้ยงเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองการงานและยศศักดิ์ และเสริมดวงในด้านอื่น ๆ

แมวเสริมดวงทรัพย์สินเงินทอง ได้แก่ แมววิเชียรมาศ แมวนิลรัตน์ แมววิลาศ แมวนิลจักร และแมวเก้าแต้ม เชื่อว่าหากใครได้เลี้ยงแมวในกลุ่มนี้จะช่วยเสริมดวงด้านการเงินและโชคลาภ ทำให้ทรัพย์สมบัติเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ปราศจากอันตรายทั้งปวง 

หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่าเพียงแค่แมวเพียงตัวเดียวที่เลี้ยงไว้ก็อาจจะทำให้คุณมีโอกาส ที่จะได้เป็นเจ้าคนนายคน และถ้าเป็นพ่อค้าแม่ขายก็จะทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมาอย่างคาดไม่ถึง
แมวเสริมดวงการงานและยศศักดิ์ ได้แก่ แมวศุภลักษณ์ แมวรัตนกำพล แมวกรอบแว่น แมวปัดเสวตร แมวกระจอก และแมวการเวก แมวในกลุ่มนี้จะช่วยเสริมดวงให้โชคทางยศถาบรรดาศักดิ์ ทำให้มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงส่ง ได้รับการยกย่องยำเกรงจากผู้อื่น อีกทั้งแมวประเภทนี้จะให้เกียรติยศกับผู้เลี้ยง และมีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่าคนอื่น ๆ ในตระกูลเดียวกัน

นอกจากนี้แล้วยังมีแมวมงคลที่ช่วยเสริมความเป็นมงคลและให้คุณด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแมวมุลิลา ที่ช่วยให้สมปรารถนาด้านการเรียน และแมวที่ช่วยเสริมให้ชีวิตมีความสุข มีมงคลแก่ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น แมวสีสวาด (มาเลศ) แมวสิงหเสพย์ (โสงหเสพย์) แมวโกนจา แมวแซมเสวตร และแมวจตุบท ซึ่งจะช่วยเสริมดวงผู้เลี้ยงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ปลาเงินปลาทอง...เลี้ยงไว้ไม่จน

หากจะพูดถึงสัตว์เลี้ยงที่ให้ความเป็นสิริมงคลแล้ว จะละเลยปลาเงิน ปลาทองไปไม่ได้เลย เพราะเพียงแค่ชื่อก็บ่งบอกถึงความร่ำรวยแล้ว
 

เชื่อกันว่าการเลี้ยงปลาเงินปลาทองเปรียบเสมือนมีทองอยู่ในบ้านนำโชคลาภ อำนาจบารมี และความร่มเย็นมาสู่ผู้เลี้ยง เพราะน้ำที่อยู่คู่ กับปลาเปรียบเสมือนความร่มเย็นเป็นสุข การไหลเวียนของน้ำ หมายถึงความราบรื่นในการทำกิจการต่าง ๆ  

แต่การเลี้ยงปลาทองให้เป็นมงคลนั้นต้องเลี้ยงในตู้ปลาที่ต้องตามลักษณะ คือ ควรเลี้ยงในตู้ปลากลม หรือตู้สี่เหลี่ยมยาว เพื่อเสริมพลังตามธาตุต่าง ๆ จำนวนปลาก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อดวงของผู้เลี้ยง คือจำนวนที่เลี้ยงต้องเป็นเลขหลักเดียว จำนวนที่ได้รับความนิยม คือ 1 4 6 9 เพราะจะช่วยเสริมโชค แต่ถ้าหากเป็นเลขสองหลัก จะต้องนำมาบวกกันจนกระทั่งเหลือหลักเดียว 

สีของปลาที่เลี้ยงก็มีความสำคัญ สีทองและสีขาว (เงิน) จะให้โชคมากที่สุด รองลงมาคือ ดำ แดง ส้ม และเหลือง แต่ต้องไม่ลืมว่าปลาที่นำมาเลี้ยงนั้นจะต้องมีลักษณะดีต้องตามสายพันธุ์ จึงจะให้โชคตามหลักฮวงจุ้ย
สิ่งที่เราเสนอเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่อยากแนะนำให้กับคนที่ชอบเลี้ยง สัตว์ ไม่เพียงจะได้เพื่อนคู่ใจมาอยู่ด้วย แต่ยังเสริมความเป็นมงคลให้กับชีวิตของคุณในช่วงตรุษจีนได้ด้วย

แหล่งที่มา  http://brightlives.th.88db.com/pets/luck-pet.htm

Saturday, August 17, 2013

ทำอย่างไร....เมื่อสุนัขไม่ยอมดื่มน้ำ





สุนัขก็เหมือนกับคนเรานั่นแหละ จำเป็นต้องดื่มน้ำทุก ๆ วัน มันอาจเกิดอาการสูญเสียน้ำในร่างกายถ้ามันดื่มน้ำไม่พอหรือไม่ชอบดื่มน้ำ ความเป็นจริงที่ต้องจดจำคือ สุนัขส่วนใหญ่มีความเสี่ยงในการเกิดอาการสูญเสียหรือขาดน้ำในร่างกายโดยเฉพาะในประเทศแถบร้อนอย่างประเทศไทย (อากาศร้อนเหลือเกิน) แม้ในประเทศอเมริกาเองก็ตาม ในปัจจุบันสุนัขตายเพราะเกิดอาการฮีทสโตรกเยอะมาก โดยเฉพาะในปีนี้ สุนัขมักเกิดอาการสูญเสียน้ำได้ง่ายกว่าคนเรา เพราะว่าพวกมันไม่มีต่อมเหงื่อที่ระบายความร้อนออกจากร่างกาย พวกมันระบายความร้อนในร่างกายทางปาก จมูก และ อุ้งเท้า ถ้าสุนัขของคุณไม่ชอบดื่มน้ำหรือดื่มน้ำน้อยเกินไป คุณควรจะต้องใส่ใจพวกมันหน่อยนะครับ

มีหลากหลายเหตุผลที่สุนัขไม่ชอบดื่มน้ำหรือดื่มน้ำน้อยเกินไป สาเหตุหลัก ๆ ที่พบ คือ 

1)  เราเปลี่ยนภาชนะใส่น้ำหรือเปลี่ยนสถานที่ให้น้ำ คุณควรจะให้น้ำดื่มกับสุนัขของคุณในที่ประจำของมัน เช่นในกรง หรือ ตามมุมใดมุมหนึ่งเป็นประจำ 

2)  น้ำอาจจะมีกลิ่นที่แปลกแตกต่างจากที่เคยดื่ม จำไว้ว่าสุนัขมีประสาทสัมผัสทางการรับรู้กลิ่นได้ดีกว่ามนุษย์เราเป็นพัน ๆ เท่า 

3)  สุนัขที่อายุมากขึ้นอาจจะดื่มน้ำน้อยลง เนื่องจากพวกมันเคลื่อนไหวตัวน้อยลง ช้าลง การกระหาย
น้ำก็เกิดขึ้นน้อยลงด้วย หรือมันอาจเกิดจากการที่คุณเปลี่ยนอาหารจากอาหารเม็ด (แห้ง) ที่แข็งมาเป็นอาหารกระป๋องที่มีลักษณะนิ่มเพื่อช่วยให้มันเคี้ยวอาหารได้ง่ายขึ้น อาหารเหล่านั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว ดังนั้นปริมาณการดื่มน้ำก็น้อยตามไปด้วย

4)  สุดท้ายถ้าสุนัขของคุณดื่มน้ำน้อยหรือไม่ยอมดื่มน้ำ คุณควรจะต้องตรวจสอบดูที่ปากของสุนัขว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือป่าว!!! มีแผลในช่องปาก ปวดฟัน ฟันผุ หรือ เหงือกอักเสบ อะป่าว ไม่สบายอะป่าว ถ้าไม่มีปัญหาใด ๆ ที่บ่งบอกว่าสุนัขของคุณไม่ได้ไม่สบาย คุณอาจจะต้องเพิ่มปริมาณน้ำเข้าไปในอาหารเพื่อชดเชยการขาดน้ำ แต่ถ้าคุณไม่สามารถตรวจเช็คได้ด้วยตนเองก็ลองปรึกษาสัตวแพทย์ดู ถ้ายังไม่ยอมดื่มน้ำหรือดื่มน้ำน้อยอีกในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวเสียเหลือเกินก็รีบปรึกษาสัตวแพทย์ดูอีกที  

วิธีง่าย ๆ ในการให้สุนัขของคุณดื่มน้ำ

1. ลองเปลี่ยนจากน้ำเปล่า เป็น น้ำผสม... ไม่ว่าจะเป็น น้ำผสมน้ำหวาน น้ำซุป หรือน้ำนม น้ำเย็น ลองดู เผื่อจะช่วยได้
 
2. ลองพาเดินให้นานขึ้น ออกกำลังกายให้มากขึ้น
 
3. ให้อาบแดดช่วงเช้าซะ 20 - 30 นาที

ถ้ายังไม่ยอมกินน้ำอีกคราวนี้ต้องใช้วิธีโหดๆ หน่อย

วิธีที่ 1 เป็นการล่อให้กิน

   1. เตรียมน้ำสะอาดใส่ในชามหรือถาดใส่น้ำ
     
   2. จับหมาของคุณนั่งบนตักหรือนั่งข้าง ๆ คุณข้าง ๆ ถาดใส่น้ำ
     
   3. ตักน้ำใส่บนฝ่ามือของคุณ

   4. เอาน้ำป้อนใส่ปากสุนัข ถ้ามันไม่ยอมกินก็ให้เอาเทใส่บริเวณรอบ ๆ ปาก

   5. สร้างความสนใจโดยเอาถาดใส่น้ำเข้าไปใกล้ ๆ จมูกมัน

วิธีที่ 2. เป็นการบังคับ
 
      1. เตรียมไซลิงค์ให้พร้อม เอาน้ำสะอาดดูดใส่ไซลิงค์

      2. จับสุนัขของคุณไว้ให้แน่น ๆ จากนั้นฉีดน้ำเข้าไปที่ปากของมันเลย

      3. สุนัขจะกลืนน้ำโดยอัตโนมัติเพราะพวกมันคายไม่เป็น

การดื่มน้ำน้อยเกินไป คุณควรที่จะต้อง

    * ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กับพวกมันโดยทุกครั้งที่มันดื่มน้ำให้คุณชมมันและให้ขนมพวกมัน
 
    * วางแผนให้พวกมันกินน้ำให้เยอะขึ้นโดยวางน้ำใกล้ ๆ ที่มันอยู่ไม่ว่าจะเป็นในกรง วางน้ำใกล้กับชามอาหาร ในทุก ๆ ที่ที่มันอยู่ต้องมีน้ำ
 
    * เพิ่มรสชาดในน้ำดื่ม เช่น ใส่น้ำหวาน ผงซุปไก่ ซุปหมู เพื่อเพิ่มรสชาดให้กับน้ำ


แหล่งที่มา  http://www.dogfunpark.com/forum/index.php?topic=129.0

Friday, August 16, 2013

โรคอ้วนในสุนัข



ใน ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุนัขและแมวมักนิยมที่จะเลี้ยงสัตว์ของตัวเองด้วยอาหาร สำเร็จรูป เพราะมีความสะดวก น่ากินอีกทั้งยังมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน แต่การเลือกชนิดของอาหารสำเร็จรูปผิดสูตร ผิดเวลาและผิดขนาดอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตในสัตว์เลี้ยง ถ้าท่านไม่มีความรู้และความเอาใจใส่ในเรื่องนี้อย่างถูกต้อง 
 
โรคอ้วน เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะในขณะช่วงอายุกลางวัยจะพบมากกว่าในช่วงเด็กหรือช่วงแก่ 

ความอ้วนคืออะไรและเกิดจากอะไร
ความอ้วนคือภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของไขมันที่เนื้อเยื่อไขมันมากเกินไป ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าน้ำหนักปกติ 15-20%

นอกจากนี้ความอ้วนทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูกและข้อต่างๆ เป็นต้น 

ปัญหาพื้นฐานของความอ้วน มี 2 แบบ คือ 

๑ การเพิ่มขนาดเซลไขมันในร่างกาย ( Hypertropic Obesity )
๒ การเพิ่มทั้งขนาดเซลและจำนวนของเซลไขมันในร่างกาย ( Hyperplastic Obesity) 

ความอ้วนในสัตว์ที่เกิดจากสาเหตุ Hyperplastic Obesity จะเป็นการยากที่จะแก้ไขและมักเป็นปัญหาในระยะยาวต่อไป ดังนั้นในสัตว์ที่ได้รับอาหารมากเกินไป จะมีผลเพิ่มขนาดของเซลไขมันแต่จะไม่เพิ่มจำนวนเซล ดังนั้นการแก้ไขสูตรอาหารที่ให้กินจึงสามารถปรับลดน้ำหนักตัวได้ 


ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อ้วน 

๑ ปัจจัยภายในร่างกาย ได้แก่อายุ เพศ ภาวะของระบบสืบพันธุ์ ความมีอยู่หรือความผิดปกติของระดับฮอร์โมนในร่างกาย หรือความผิดปกติของต่อมใต้สมอง หรือภาวะทางพันธุกรรม

๒ ปัจจัยภายนอก ได้แก่ อิทธิพลในการกินอาหาร ส่วนประกอบของอาหารที่กินอยู่ อาหารที่กินอยู่มีความน่าจะกินสูง กิจวัตรประจำวันของสัตว์ตัวนั้น
 
ส่วนมากแล้วปัจจัยที่ทำให้เกิดความอ้วน คือ การที่เจ้าของให้สัตว์กินอาหารมากเกินไป การขาดการออกกำลังกาย หรือทั้งสองอย่าง

ในส่วนของปัจจัยที่ทำให้อ้วนจากสาเหตุภายในร่างกาย เช่น

•  การลดลงของการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ( Resting Metabolic Rate, RMR)
•  ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อทำให้เกิดภาวะของ Hypothyroidism หรือ Hyperadrenocorticism
•  ผลมาจากการทำหมัน โดยเฉพาะการทำหมันในช่วงอายุน้อย ระหว่างอายุ 6-12 เดือน
•  ความแก่ สุนัขที่อายุเกิน 7 ปีขึ้นไป จะลดการใช้พลังงานอย่างน้อย 20% จากในวัยเด็ก ดังนั้นถ้าเรายังคงให้กินสูตรอาหารเช่นเดิม สุนัขจะมีไขมันสะสมมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาความอ้วนตามมา
•  สาเหตุทางพันธุกรรม ในสุนัขบางพันธุ์ เช่น คอกเกอร์ ลาบาดอร์ เทอร์เรีย มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนเมื่ออายุมากขึ้น ในขณะที่พันธุ์บอกเซอร์ ฟอก เทอร์เรีย ยอร์กเชีย เทอร์เรีย มีโอกาสน้อยที่จะอ้วน เป็นต้น

การวินิจฉัย
•  มีความจำเป็นที่จะต้องนำไปให้สัตวแพทย์ตรวจว่าสัตว์ของท่านอ้วนจริงๆ ไม่ใช่การเกิดภาวะบวมน้ำ หรือภาวะความผิดปกติของต่อมไร้ท่อต่างๆ โดยอาศัยผลการตรวจเลือดหรือการเอกเรย์ประกอบในการวินิจฉัย
•  พิจารณาจาก Assessment of body condition เช่น Thin, underweight, Ideal, Overweight , Obese

ภาวะ Obese คือ ภาวะที่ไม่สามารถคลำพบกระดูกซี่โครงที่ปกคลุมไปด้วยกล้ามเนื้อและไขมันใน บริเวณนั้น ไขมันที่สะสมสามารถเห็นได้ในบริเวณส่วนบั้นเอวหรือบริเวณโคนหาง ไม่สามารถเห็นส่วนโค้งในบริเวณเอว บริเวณหน้าท้องมักจะกางออกหรือขยายใหญ่ 



การแก้ไข
ในระยะสั้นคือการลดปริมาณไขมันในร่างกาย โดยการจำกัดปริมาณอาหารที่กินเข้าไป และการทำให้เกิดพลังงานในร่างกายให้เกิดการเผาผลาญมากขึ้น ส่วนในระยะยาวคือการควบคุมไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

ส่วนประกอบสำคัญในการควบคุมน้ำหนักตัว
•  การควบคุมพฤติกรรมทั้งผู้เลี้ยงและตัวสัตว์ ( behavior modification ) เช่น การควบคุมพฤติกรรมการกินอาหารในสัตว์ และโดยเจ้าของสัตว์โดยการลดจำนวนมื้ออาหาร และการลดปริมาณอาหารจากที่กินอยู่เดิม เป็นต้น
•  การควบคุมอาหาร ( Dietary modification ) เช่น การเลือกใช้อาหารในสูตรลดน้ำหนัก ( low- fat diets)  
•  การออกกำลังกาย ( Exercise ) เช่น การว่ายน้ำ การจูงเดิน การปล่อยวิ่ง
 
สรุปการจัดการเมื่อพบว่าสัตว์เลี้ยงอ้วนเกินไป 
 
•  จัดโปรแกรมการควบคุมน้ำหนัก โดยกำหนดให้ในหนึ่งสัปดาห์ควรมีน้ำหนักที่ลดลงประมาณ 1-2% จากปกติ
•  เลือกชนิดของอาหารเหมาะสมที่จะใช้ในสูตรลดน้ำหนัก
•  ควบคุมการได้รับแคลอรี่ในร่างกาย ไม่เกิน 60-70% ของอัตราการเผาผลาญในร่างกายในระดับน้ำหนักตัวปัจจุบัน
•  งดขนมขบเคี้ยว เปลี่ยนปริมาณการให้อาหารมากเกินไปที่ทำให้อ้วน
•  เพิ่มโปรแกรมการออกกำลังกายในแต่ละวัน
•  หลังจากน้ำหนักตัวในร่างกายลดลง ให้ควบคุมน้ำหนักตัวต่อไปเพื่อไม่ให้เพิ่มขึ้นใหม่
•  ป้องกันการจะมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นใหม่ โดยให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควบคุมปริมาณ แคลอรี่อย่างเข้มงวด
  
 
ร . ต . อ . สพ . ญ . อารยา ผลสุวรรณ์ *
http://vth.kps.ku.ac.th/pet_html/2.htm